posttoday
กสทช.ปลอดการเมือง-กล้าชน ความหวังอุตฯโทรคมฯ-สื่อไทย

กสทช.ปลอดการเมือง-กล้าชน ความหวังอุตฯโทรคมฯ-สื่อไทย

24 มีนาคม 2554

ใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีว่า 11 อรหันต์ที่จะเข้าทำหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

ใกล้ความจริงเข้ามาทุกทีว่า 11 อรหันต์ที่จะเข้าทำหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

 กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ครั้งแรกของประเทศไทย ผู้ที่เป็นความหวังของทั้งอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและวิทยุโทรทัศน์ ว่าจะเข้ามาปลดล็อกภาวะสุญญากาศ ที่ทำให้อุตสาหกรรมมูลค่าหลายแสนล้านบาทต้องตกอยู่ในความ “อึมครึม” มาระยะหนึ่ง

เวทีการเสวนา “กสทช.แบบไหนคือผู้กำหนดอนาคตการสื่อสารและโทรคมนาคมไทย” ของชมรมนักข่าวเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จึงได้ถกกันถึงภาพของ กสทช.ว่าควรจะเป็นแบบไหนและมีปัจจัยอะไรบ้าง ที่จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันทั้งสองอุตสาหกรรมนี้ให้ไปได้ไกลมากขึ้น

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า 3 คุณสมบัติหลักที่ กสทช.ขาดไม่ได้เลย คือ ความเข้าใจในอุตสาหกรรม การเป็นอิสระจากการเมือง และเห็นแก่ผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก ไม่ใช่เข้ามาเพื่อดำเนินการใดๆ ที่จะเป็นการต่างตอบแทนให้กับผู้มีพระคุณ

กสทช.ปลอดการเมือง-กล้าชน ความหวังอุตฯโทรคมฯ-สื่อไทย

ทั้งนี้ เพราะด้วยตัวกฎหมายนี้มีช่องโหว่ที่ทำให้รัฐเข้าแทรกแซงได้อยู่แล้ว ในประเด็นที่ว่า หากไม่สามารถเลือก กสทช.ได้ครบภายในระยะเวลาที่กำหนด นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้เลือกเอง ซึ่งเท่ากับว่าผู้ที่ได้รับคัดเลือกก็ไม่เป็นอิสระจากทางการเมือง และการเข้ามาทำหน้าที่ก็จะไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ประชาชนอย่างแน่นอน

สมเกียรติ แนะว่า ขั้นตอนการคัดเลือกในส่วนที่เปิดรับสมัครนั้น ควรมีการยิงคำถามแบบตรงประเด็น เช่น ผู้สมัครมีแนวทางอย่างไรที่จะเข้ามาจัดการคลื่นความถี่วิทยุในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ภายใต้การครอบครองของ อสมท กองทัพ และกรมประชาสัมพันธ์ หรือในกรณีของโทรคมนาคมที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ไม่มีอำนาจในการให้สัมปทานดาวเทียม แต่ก็ยังเสนอให้ ครม.อนุมัติ ผู้ที่ทำหน้าที่ กสทช.กล้ามีปากมีเสียงแบบชัดถ้อยชัดคำกับรัฐบาลในเรื่องที่ไม่ถูกต้องแบบนี้หรือไม่

เหตุที่ต้องให้ตรงประเด็นตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือก เพราะปัจจุบันมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาการ กสทช.โดยกฎหมาย ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองแบบที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะกรณี “ดีลพิสดาร” ระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น กับ กสท โทรคมนาคม ที่เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าขัดกับ มาตรา 46 ของ พ.ร.บ.กสทช.ในเรื่องการโอนคลื่นไปให้ผู้อื่นดำเนินการแทน แต่ กทช.กลับไม่ทำอะไรเลย และอ้างเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ ทั้งที่สำนักงานกฎหมายมีความเห็นว่าขัดกับมาตรา 46 และรอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา

“กทช.เดิม มี 7 ท่าน ลาออกไป 2 ท่าน เหลือเกินครึ่งนึงของสมาชิกทั้งหมด ซึ่งเปิดประชุมได้อยู่แล้ว แต่กลับอ้างว่าไม่ครบองค์ประชุม เพราะอิงกับ กสทช.ที่มี 11 ท่านเพื่อเลี่ยงที่จะพิจารณาเรื่อง ทรู กับ กสทฯ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ถูกต้อง แสดงถึงความจงใจที่ไม่ทำตามกฎหมายและละเว้นอำนาจของตัวเอง” สมเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าขั้นตอนการสรรหา กสทช.ไม่ได้ล่าช้าและทันตามกำหนด 180 วันจากวันที่กฎหมายประกาศใช้ โดยหวังว่าจะได้บุคคลที่มาจากการสรรหาจริงๆ ไม่ต้อง ถึงขั้นตอนที่นากยรัฐมนตรีเป็นผู้เลือก เพราะหากวันนั้นมาถึง ก็หมายความว่า ประเทศไทยสิ้นหวังกับกสทช.ชุดแรกนี้แล้ว

นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ กสทช.ต้องรับผิดชอบและมีความพร้อมที่จะทำงาน ไม่ใช่ว่ารู้ทุกอย่างแต่ไม่ทำอะไร ก็ไม่ควรเข้ามา

นอกจากนี้ ควรจะมีสัญญาประชาคมที่ กสทช.ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอะไรบ้าง เพื่อใช้เป็นดัชนีและข้อบังคับว่า สุดท้ายแล้ว กสทช.ทำได้จริงตามที่ประกาศไว้

แม้คุณสมบัติที่อยากเห็นในตัว กสทช.นั้น จะเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะความเป็นอิสระจากการเมือง แต่หาก กสทช. ตระหนักหน้าที่ของตัวเองว่าปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน กสทช.ในฝันที่ใครหลายคนอยากเห็นนั้นก็คงเป็นจริงได้ไม่ช้าก็เร็ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท