posttoday
ความเสมอภาคด้านสุขภาพของบุคคล

ความเสมอภาคด้านสุขภาพของบุคคล

24 มีนาคม 2554

วันนี้ขอนำเรื่อง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งชมรมผู้พิทักษ์สิทธิผู้ประกันตนได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า

วันนี้ขอนำเรื่อง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ซึ่งชมรมผู้พิทักษ์สิทธิผู้ประกันตนได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า

 “การจัดเก็บเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคมตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 46 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 30” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญจึงนำเรื่องดังกล่าวมานำเสนอในวันนี้เป็นข้อๆ ดังนี้

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน

การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้

มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม

2.พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

มาตรา 46 ให้รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีคลอดบุตร ฝ่ายละเท่ากันตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัตินี้

ให้รัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงานตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินอัตราเงินสมทบท้ายพระราชบัญญัตินี้

สำหรับการประกันตนตามมาตรา 39 ให้รัฐบาลและผู้ประกันตนออกเงินสมทบเข้ากองทุน โดยรัฐบาลออกหนึ่งเท่า และผู้ประกันตนออกสองเท่าของอัตราเงินสมทบที่แต่ละฝ่ายต้องออกตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งและวรรคสอง

การกำหนดอัตราเงินสมทบตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้กำหนดโดยคำนึงถึงประโยชน์ทดแทนและค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงานตามมาตรา 24

ค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แต่ละคน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนแต่ละคน สำหรับเศษของเงินสมทบที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าสิบสตางค์ขึ้นไปให้นับเป็นหนึ่งบาท ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง ในกรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายรายให้คำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างที่ได้รับจากนายจ้างแต่ละราย

3.พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

มาตรา 3 “บริการสาธารณสุข” หมายความว่า บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งให้โดยตรงแก่บุคคลเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต ทั้งนี้ให้รวมถึงการบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ

“ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ

มาตรา 5 บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัตินี้

4.จากกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีทั้งกฎหมายประกันสังคมและกฎหมายเกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีประเด็นที่เป็นการเลือกปฏิบัติดังนี้

ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบให้สำนักงานประกันสังคมทุกเดือนตามมาตรา 46

บุคคลทั่วไปซึ่งใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ต้องจ่ายเงินให้กับรัฐ จึงถือว่าเลือกปฏิบัติ

มาตรฐานการให้บริการรวมถึงสิทธิประโยชน์สำนักงานประกันสังคมไม่ได้เหนือกว่าหรือดีกว่าผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งไม่ต้องชำระค่าใช้จ่าย รัฐจึงควรเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นการเหลื่อมล้ำ ไม่เท่ากัน เห็นได้อย่างชัดเจน

5.เมื่อกฎหมายประกันสังคมขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถบังคับใช้ได้ กระทรวงแรงงานต้องเร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายเป็นการเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะต้องเร่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยต่อไป และถ้าขัดกับรัฐธรรมนูญแล้วนายจ้างและลูกจ้างก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งเงินสมทบตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 46 อีกต่อไป หรือผู้ประกันตนอาจรวมตัวกันฟ้องต่อศาลปกครองอีกทางหนึ่งก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับประเทศไทย หากท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร ลองส่งอีเมลมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดูนะครับ 02-948-5700 www.decha.com หรือ http://www.posttoday.com

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี