posttoday
อลิอันซ์เผยเบี้ยประกันรวมภูมิภาคแตะ9.3พันล้านยูโร

อลิอันซ์เผยเบี้ยประกันรวมภูมิภาคแตะ9.3พันล้านยูโร

23 มีนาคม 2554

อลิอันซ์ เผย เบี้ยประกันภัยรับรวมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แตะ 9.3 พันล้านยูโร หรือ 374.29 พันล้านบาท

อลิอันซ์ เผย เบี้ยประกันภัยรับรวมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แตะ 9.3 พันล้านยูโร หรือ 374.29 พันล้านบาท

สำนักงานภูมิภาคในเอเชียแปซิฟิกของกลุ่มอลิอันซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ บริษัทอยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ประกาศผลประกอบการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ สิ้นปี 2553 ว่ารายรับในปี 2553 มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเลขถึงสองหลัก หรือ 20.7% และมีกำไรพุ่งสูงขึ้น 46% โดยมาจากธุรกิจทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย 

การเติบโต ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทออมทรัพย์ระยะยาว จากผลการลงทุนที่ดี และจากการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวมแตะ 9.3 พันล้านยูโร (หรือคิดเป็น 374.29 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 6.8 พันล้านยูโร (273.68 พันล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราเติบโตภายในเท่ากับ 20.7%

ด้านกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มจาก 204 ล้านยูโร (8.21 พันล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา ขึ้นมาอยู่ที่ 342 ล้านยูโร (13.76 พันล้านบาท) ในปี 2553 ซึ่งทำให้กลุ่มอลิอันซ์เองมีอัตราเติบโตภายในเพิ่มขึ้น 46% ปัจจุบัน อลิอันซ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีลูกค้าทั้งสิ้นกว่า 20 ล้านราย

“เรายังคงรักษาแนวโน้มการเติบโตอย่างโดดเด่นของช่วงครึ่งปีแรกได้ตลอดทั้งปี 2553  ทั้งนี้ตลอดระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ยอดเบี้ยประกันภัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเรามีการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) กว่า 3 พันล้านยูโร (120.74 พันล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตทบต้นต่อปีอยู่ที่ 24.4% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นมาก” นายมานูเอล บาวเออร์ (Manuel Bauer) กรรมการบริหารของอลิอันซ์ เอสอี ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของธุรกิจในตลาดที่กำลังเติบโต กล่าว

นายบาวเออร์ กล่าวว่ารายได้จากยอดเบี้ยประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 หรือคิดเป็น 34% ของรายได้ทั้งหมดในกลุ่มอลิอันซ์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของบริษัท

ทั้งนี้  การดำเนินงานในส่วนของธุรกิจประกันชีวิตในปี 2553 สามารถสร้างยอดเบี้ยประกันภัยได้สูงถึง 8.2 พันล้านยูโร (330.02 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 21.6% เมื่อเทียบกับ 6 พันล้านยูโร (241.48 พันล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากที่ทำได้ 135 ล้านยูโร (5.43 พันล้านบาท) ในปี 2552 มาอยู่ที่ 259 ล้านยูโร (10.42 พันล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าธุรกิจประกันชีวิตมีอัตราการเติบโตภายในสูงถึง 65.4% 

โดยเฉพาะที่ไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดประกันชีวิตที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มอลิอันซ์ในภูมิภาคนี้ มียอดเบี้ยประกันขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านยูโร (88.54 พันล้านบาท) ในปี 2553 เมื่อเทียบกับ 1.8 พันล้านยูโร (72.44 พันล้านบาท) ในปี 2552 ขณะที่ตลาดอินโดนีเซียและญี่ปุ่นก็มีการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน ส่วนที่อินเดีย แม้จะประสบกับภาวะตลาดที่ตึงตัว แต่บริษัท บาจาจ อลิอันซ์ (Bajaj Allianz) ยังคงมีกำไรเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้คงที่อยู่ที่ 1.7 พันล้านยูโร (68.42 พันล้านบาท)

สำหรับ ธุรกิจประกันวินาศภัย ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีผลประกอบการที่ดีอย่างยั่งยืน ยอดเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 พันล้านยูโร (44.27 พันล้านบาท) ในปี 2553 หรือเพิ่มขึ้น 14% จาก 841 ล้านยูโร (33.85 พันล้านบาท) ในปี 2552 โดยเบี้ยประกันภัยที่เติบโตสูงขึ้นอย่างมาก เกิดจากการเติบโตของตลาดหลักในอินเดียที่เติบโตสูงถึง 23% ขณะที่อลิอันซ์ มาเลเซียมียอดเบี้ยประกันเติบโต 10% โดยมีอัตราส่วนรวม (combined ratio)[2] ของทั้งภูมิภาคอยู่ที่ 97.3% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลประกอบการที่มั่นคง

นายกาเมช โกยาล (Kamesh Goyal) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักงานภูมิภาคของกลุ่มอลิอันซ์ในเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า เหตุผลที่ ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นอย่างมาก เพราะได้รับอิทธิพลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เน้นการออมเงินระยะยาวและโปร่งใส ขณะเดียวกันก็ให้ความคุ้มครองชีวิตด้วย ส่วนธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ไม่เพียงแต่เติบโตอย่างน่าประทับใจเท่านั้น ยังสร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ

บริษัท ยังคงให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เน้นการออมและให้ความคุ้มครองชีวิต รวมถึงยังสนับสนุนลูกค้าในด้านการวางแผนทางการเงินและวางแผนการออมเพื่อการเกษียณอีกด้วย ขณะเดียวกันในส่วนของธุรกิจประกันวินาศภัย ยังเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจสำหรับลูกค้าองค์กรและมุ่งเป้าขยายฐานไปสู่ลูกค้ารายย่อยด้วย

"สถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งของอลิอันซ์ ประกอบกับความเชี่ยวชาญในธุรกิจระดับโลก และความเป็นเจ้าตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้เราสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต แม้ความต้องการจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม และด้วยช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของเรา ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในภูมิภาคที่กำลังเติบโตนี้ได้อย่างแน่นอน” นายกาเมช กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ