posttoday
สภาอุตฯเชื่อวิกฤตญี่ปุ่นกระทบศก.ไทย0.1%

สภาอุตฯเชื่อวิกฤตญี่ปุ่นกระทบศก.ไทย0.1%

23 มีนาคม 2554

ส.อ.ท.ประเมินผลกระทบญี่ปุ่นกระทบเศรษฐกิจไทย 0.1% ด้านเอกชนญี่ปุ่นขอไทยพิจารณาสิทธิทางภาษีพิเศษสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น

ส.อ.ท.ประเมินผลกระทบญี่ปุ่นกระทบเศรษฐกิจไทย 0.1% ด้านเอกชนญี่ปุ่นขอไทยพิจารณาสิทธิทางภาษีพิเศษสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายในงานเสวนา เรื่อง “ผลกระทบเศรษฐกิจไทย กรณีสึนามิและการรองรับวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น” ว่า การประเมินความเสียหายผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยจะเกิดขึ้นในระยะสั้น จากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท ท่องเที่ยว การลงทุน และการเคลื่อนย้ายเงินทุน ซึ่งจะกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยลดลง 0.1%

ด้านการส่งออกไทยอาจจะได้รับผลกระทบในระยะสั้น โดยเฉพาะสินค้าขั้นกลางและส่วนประกอบ เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตในญี่ปุ่นหยุดการผลิต วัตถุดิบที่ส่งจากไทยไปญี่ปุ่นจึงต้องหยุดชะลักลงชั่วคราว ส่วนสินค้าอาหารอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น ซึ่งในบางอุตสาหกรรมญี่ปุ่นอาจจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกแทน ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ได้รับผลกระทบมาก

การลงทุน อาจมีผลกระทบต่อการลงทุนใหม่ที่ชะลอตัวลง เพราะต้องนำเงินไปบูรณะประเทศ แต่ในระยะยาวไทยจะได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายการลงทุนของญี่ปุ่นไปยังต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ ทางองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (เมติ)  ได้แจ้งมายังประเทศไทยว่า ในระยะยาวญี่ปุ่นจะยังใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยขอให้ไทยมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น เช่น สิทธิพิเศษทางภาษี ซึ่งทางเมติจะผลักดันให้มีแถลงการณ์ร่วมและการลงนามข้อตกลงเอ็มโอยู ระหว่างไทยและญี่ปุ่นต่อไป รวมถึงการส่งเสริมตลาดหลักทรัพย์ของญี่ปุ่น และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอของญี่ปุ่น และเอ็มเอไอของไทย ให้อำนวยความสะดวกซึ่งกันและกัน เพื่อส่งเสริมให้เป็นช่องทางการลงทุนของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายฐานการผลิตในอนาคต

นางพัลลภา ศักดารักษ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผู้ส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบระยะสั้นกันมาก จากการยกเลิกคำสั่งซื้อล่วงหน้า เนื่องจากบริษัทที่สั่งซื้อสินค้าจากไทยหลุดผลิต โดยในช่วง 3 เดือนแรกนี้จะเห็นผลกระทบค่อนข้างชัดเจน เช่น ยางพารา เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยายนต์ ซึ่งกรมฯจะเร่งหาตลาดทดแทน จัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในอาเซียน เพื่อเป็นตลาดรองรับ รวมทั้งปรับแผนการส่งออกระยะกลางและยาว เพื่อไม่ให้กระทบต่อเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ 10%

นายสุรศักดิ์ เทียงบุญเลิศวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทเอ็นเควาย ไลน์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ด้านการขนส่งสินค้าทางเรือจากไทยไปญี่ปุ่น ขณะนี้มีปัญหาบ้างในเรื่องการส่งสินค้าแช่แข็ง เนื่องจากทางญี่ปุ่นจำกัดการใช้ไฟฟ้า บริษัทจึงต้องติดต่อผู้ส่งออกทุกรายให้ประสานกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มารับสินค้าที่ท่าเรือให้ทันเวลา ป้องกันสินค้าเสียหาย โดยสินค้าส่วนใหญ่จะไปขึ้นที่ท่าเรือโตเกียวเป็นหลัก รวมถึงสินค้าที่ย้ายจากท่าเรือเซนได ก็จะมารวมอยู่ที่โตเกียว ขณะเดียวกันการขนส่งทางบกออกจากท่าเรือก็มีปัญหาบ้าง เนื่องจากการจำกัดการใช้น้ำมัน ทำให้สินค้าส่วนใหญ่ไปตกค้างอยู่ที่ท่าเรือเป็นจำนวนมาก ส่วนสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นจะเริ่มเห็นปัญหาตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เพราะเรือที่ออกมาจากญี่ปุ่นใสช่วงนั้นจะทยอยมาถึงเมืองไทยในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัญหาเหล่านี้จะคลี่คลายลงได้ภายใน 2 สัปดาห์ และจากการประเมินการขนส่งขณะนี้ปริมาณของสินค้าไทยที่ส่งไปญี่ปุ่นยังไม่ลดลง แต่ปัญหาคือผู้ส่งออกยังเป็นกังวลว่าส่งสินค้าไปแล้วจะไม่ได้รับเงินจากลูกค้ามากกว่า เพราะติดต่อสื่อสารกันได้ลำบาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท