
อุตเชื่อยังไม่ควรขยับราคาน้ำตาลถุง
กระทรวงอุตฯ ปัดข้อเสนอขอเพิ่ม หรือลดราคาน้ำตาล ด้านพณ.เตรียมเรียกผู้ประกอบการ โรงงานน้ำตาล และโมเดิร์นเทรดเข้าหารือเรื่องปัญหาน้ำตาล
กระทรวงอุตฯ ปัดข้อเสนอขอเพิ่ม หรือลดราคาน้ำตาล ด้านพณ.เตรียมเรียกผู้ประกอบการ โรงงานน้ำตาล และโมเดิร์นเทรดเข้าหารือเรื่องปัญหาน้ำตาล
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่มีนโยบายการปรับลดหรือขึ้นราคาน้ำตาลในตอนนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการผลิตน้ำตาลบรรจุถุง 1 กิโลกรัม ที่ผู้ผลิตเสนอขอเพิ่มค่าบรรจุถุง 1.4-1.5 บาทต่อถุงจากเดิมที่ได้รับอยู่ที่ 0.75 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำตาลบรรจุถุงขึ้นราคา ขณะนี้ทางกระทรวงฯ เห็นว่ายังไม่ควรขยับกลไกราคาในด้านใดทั้งสิ้น เพราะเกรงว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้หารือร่วมกับนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ แล้ว ว่าให้กระทรวงพาณิชย์เป็นตัวกลางไปประสานงานร่วมกับโรงงานน้ำตาล และโมเดิร์นเทรดดูว่าจะมีทางช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านใดได้บ้าง เช่น การขอลดค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือค่าใช้จ่ายในการนำสินค้าไปวางขายในหางสรรพสินค้า เป็นต้น
ส่วนเรื่องการจะใช้เงินกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เข้ามาบริหารจัดการเรื่องนี้ ตามที่โรงงานน้ำตาลได้เสนอขอให้ใช้เงินกองทุนฯเข้ามาชดเชยแทน หากไม่ได้เพิ่มค่าบรรจุถุงนั้น เห็นว่า การนำเงินกองทุนฯมาใช้ต้องดูตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายระบุไว้ด้วย ขณะเดียวกันคงต้องหารือร่วมกันในคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะนำเงินกองทุนฯ มาใช้
สำหรับหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขอความร่วมมือกับโรงงานน้ำตาลให้ผลิตน้ำตาลบรรจุถุงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่จำนวนทั้งหมด 266 ล้านถุงแล้ว
นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมในการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการสำรวจตลาดและราคาน้ำตาลทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้ส่งน้ำตาลเข้าไปจำหน่ายในบริเวณที่มีการขาดแคลนได้อย่างตรงจุด ส่วนในโมเดิร์นเทรดที่บางแห่งยังไม่มีสินค้าวางจำหน่าย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปัญหาการขนส่ง ซึ่งเรื่องนี้สามารถจัดการได้ แต่ยืนยันว่าน้ำตาลไม่ได้ขาดตลาด
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 24 มี.ค. 2554 กระทรวงพาณิชย์จะเชิญโรงงานน้ำตาล ตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรม โมเดิร์นเทรด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาหารือเรื่องปัญหาน้ำตาลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เช่น เรื่องการบรรจุถุง 1 กิโลกรัม ราคาน้ำตาล และเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์เสนอขอให้ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ลง 1 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมที่เก็บอยู่ที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อลดภาระผู้บริโภค
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังไม่เห็นด้วยเรื่องการปรับค่าบรรจุถุงให้แก่โรงงานน้ำตาล เพราะจากการตรวจสอบของกรมการค้าภายในพบว่าต้นทุนการบรรจุถุงไม่ได้เพิ่มขึ้นสูง หากโรงงานต้องการค่าบรรจุถุงเพิ่มจำเป็นต้องชี้แจงรายละเอียดที่แท้จริงมา
ทั้งนี้ การที่โรงงานอ้างว่าจะไม่ผลิตน้ำตาลบรรจุถุงเพิ่ม เพราะผลิตไม่คุ้มทุน ทางกระทรวงอุตสาหกรรมที่เป็นหน่วยงานดูแลด้านการผลิตก็จำเป็นต้องไปดูแลในส่วนนี้ให้มีการผลิตกระจายออกสู่ตลาดให้เหมาะสม เพราะขณะนี้น้ำตาลทรายโควตา ก (น้ำตาลเพื่อการบริโภคในประเทศ) มีอยู่จำนวน 25 ล้านกระสอบ แต่นำมาผลิตบรรจุถุงเพียง 6 ล้านกระสอบ เท่านั้น
ขณะที่การเสนอขอให้ลดการเก็บเงินเข้ากองทุน 1 บาท หรือลดราคาน้ำตาลขายปลีกลง 1 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้กองทุนฯ ๆได้ชำระหนี้หมดแล้วตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา เงินส่วนนี้ก็ควรจะลดการจัดเก็บลง หรือนำมาให้กองทุนบริหารจัดการเรื่องค่าบรรจุถุงแทน ส่วนหนี้ก้อนใหม่ที่เกิดจากการชดเชยค่าอ้อยในฤดูกาลผลิตปี 2553/2554 จำนวน 8,000 ล้านบาท ก็สามารถยืดเวลาการชำระหนี้ออกไปได้บ้างอยู่แล้ว







