
พรศักดิ์ อริยพงศ์ไพโรจน์ ปลุกตลาดเอสทีพี ลุยเครื่องยนตืดีเซล
หลายๆ คนอาจจะรู้จักบริษัท ออโตโมทีฟ เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย) หรือเอเอซี
หลายๆ คนอาจจะรู้จักบริษัท ออโตโมทีฟ เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย) หรือเอเอซี
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถยนต์คุณภาพสูงหลายประเภท ที่ตั้งอยู่และเติบโตในประเทศไทยมานานแสนนาน
พรศักดิ์ อริยพงศ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการของเอเอซี เคยเกริ่นเอาไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า ในช่วงท้ายไตรมาส 1 จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มบำรุงรักษารถยนต์เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้จากกลุ่มอะไหล่รถยนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
ล่าสุด อาร์เมอร์ ออโต้ กรุ๊ป ได้ประกาศแต่งตั้งบริษัท ออโตโมทีฟ เอเชียติ๊ก (ประเทศไทย) เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอสทีพีแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
ในส่วนของเอสทีพีนั้น หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหู แต่หากเป็นคอรถยนต์รุ่นเก่าแล้ว ย่อมต้องรู้จักว่านี่คือหัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่เคยโด่งดังมากในประเทศไทย แต่ก็เงียบๆ ไปในช่วงหลัง
“ปริมาณรถยนต์ในประเทศไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายรถใหม่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทำสถิติสูงสุดกว่า 8 แสนคัน ซึ่งเป็นการเติบโตกว่า 45% ทำให้มองเห็นโอกาสในการทำตลาดของผลิตภัณฑ์กลุ่มหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง และผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่มีแนวโน้มการขยายตัวตามการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย”
การทำตลาดของเอสทีพีจะเน้นไปที่กลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลผ่านสโลแกน “ชุบชีวิตเครื่องยนต์ให้แรงเท่าใจคุณ” ชูจุดเด่นด้วยคุณสมบัติที่แตกต่าง ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสามารถลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค
ทั้งนี้ มั่นใจว่าเอสทีพีเป็นตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักอย่างดีทั่วโลกมาเป็นเวลานาน และนับเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ของบริษัทในการทำตลาดสินค้าประเภทนี้ โดยเชื่อว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นอีก 5% ของยอดขายรวมของบริษัท ที่คาดว่าจะทำได้ถึง 1,200 ล้านบาทในปีนี้
สำหรับการทำตลาดได้คัดเลือกสินค้าโดยมุ่งเน้นคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องยนต์แต่ละประเภท ชนิดของผลิตภัณฑ์จะแบ่งออกตามประเภทของเครื่องยนต์และการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทนำเข้ามาจัดจำหน่าย สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง กลุ่มที่ 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ทั้งเบนซินและดีเซล และกลุ่มที่ 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ น้ำยาทำความสะอาดเบาะ ชนิดโฟม สเปรย์เคลือบเบาะหนังและคอนโซล และน้ำมันเพาเวอร์สูตรหยุดการรั่วซึม
ทั้งนี้ จะวางจำหน่ายผ่านร้านอะไหล่ ร้านน้ำมันเครื่อง และศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกว่า 1,500 ราย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และจะเพิ่มช่องทางการขายอื่นๆ เช่น ไฮเปอร์มาร์ท ห้างสรรพสินค้า เซเว่นแค็ตตาล็อก และสื่อออนไลน์อื่นๆ ภายในปีนี้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้สินค้าอย่างรวดเร็ว
และเนื่องจากเป็นการเปิดตัวเพื่อทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเป็นปีแรก บริษัทจึงตั้งเป้าครองส่วนแบ่งทางการตลาดปี 2554 ที่ 4% หรือมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาทเท่านั้น
“อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเอสทีพีจะเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้รถในประเทศไทยอย่างแน่นอน และน่าจะมียอดจำหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต”
ยืนยันหนักแน่นแบบนี้ เชื่อมือพรศักดิ์ได้เลย!!!







