
อาร์สยามชูลูกทุ่งร่วมสมัยเจาะวัยรุ่น
อาร์สยาม ชูแนวเพลงลูกทุ่งรวมสมัยขยายฐานลูกค้าวัยรุ่นโต ตอกย้ำกลยุทธ์รวมศูนย์ทุกช่องทาง รุกตลาด ปีนี้ตั้งเป้าโต 20% ฟันยอดขาย 640 ล้านบาท
อาร์สยาม ชูแนวเพลงลูกทุ่งรวมสมัยขยายฐานลูกค้าวัยรุ่นโต ตอกย้ำกลยุทธ์รวมศูนย์ทุกช่องทาง รุกตลาด ปีนี้ตั้งเป้าโต 20% ฟันยอดขาย 640 ล้านบาท
นายศุภชัย นิลวรรณ รองกรรมการผู้อำนวยการดูแลงานเพลงลูกทุ่ง ธุรกิจเพลง และกรรมการผู้จัดการค่ายเพลงอาร์ สยาม บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า หลังจากบริษัททดลองผลิตเพลงลูกทุ่งแนวร่วมสมัย อาทิ ศิลปินกลุ่มวงบลูเบอร์รี่ ศิลปินเดี่ยว เช่น ลูกตาล ใบเตย และ กระแต ในกลางปีที่ผ่านมาพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
โดยสามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 15 – 25 ปีได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อวัดจากจำนวนผู้ชมจากโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง สบายดี จะเห็นได้ว่ามีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น 50% และกลุ่มเด็กเล็กไปจนถึงกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไป 50%
สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ บริษัทยังคงชูกลยุทธ์ วัน สต็อป เซอร์วิส มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง หรือการทำตลาดผ่านเพลงลูกทุ่งอย่างครบวงจร โดยมีลูกค้าเก่าจากปีที่ผ่านต่อสัญญาระยะยาวเรียบร้อยแล้ว เช่น โตโยต้า กระทิงแดง ปูนตราเสือ เป็นต้น ปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากส่วนนี้ไว้ที่ 50 ล้านบาท
การขายโฆษณาผ่านโทรศัพท์ดาวเนียมช่องสบายดี ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 150 – 180 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะขยายช่องทางการนำเสนอและเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยกำลังเจรจากับตัวแทนที่สนใจในประเทศอเมริกา คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถให้บริการ และยังมีช่องทีวีดาวเทียมจากประเทศลาว ให้ความสนใจคอนเท็นต์จากรายการดังกล่าวอีกด้วย
“การเจรจาต่อรองกับผู้ผลิตรายการที่สนใจคอนเท็นต์จากช่องสบายดี ไม่ใช่ผลประโยชน์ในเชิงรายได้ แต่ต้องการวางแนวทางการดำเนินงานที่เป็นระบบ รูปธรรม เพราะการนำเสนอคอนเท็นต์ได้กว้างไกลมากขึ้น ก็ช่วยให้ศิลปินและเพลงขายได้มากขึ้นผ่านการเดินสายโชว์ตัวในต่างประเทศ โดยคาดว่าปีนี้จะเพิ่มจำนวนโชว์จาก 10 รอบ เป็น 20 – 30 รอบ ในประเทศสหรัฐอเมริกา”นายศุภชัย กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนการขายในรูปแบบสื่อดิจิตอลเพิ่มมากขึ้น เช่น การดาวน์โหลดเพลงผ่านทางมือถือ และคอมพิวเตอร์ ซึ่งสอดคล้องกับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่เป็นวัยรุ่น ส่งผลให้รายได้จากช่องทางดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยในปีนี้คาดว่ารายได้จากธุรกิจดิจิตอลจะมีสัดส่วน 55% และคาดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในขณะที่สัดส่วนจากธุรกิจฟิสิกคอลล์ เช่น ซีดี วีซีดี เอ็มพี3 จะลดลงจาก 45% ในปีนี้ เหลือ 20% ในปี 2557
ทั้งนี้ เป้าหมายในการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตทางด้านรายได้ไว้ที่ 20% หรือคิดเป็นมุลค่า 640 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากธุรกิจฟิสิกคอลล์ 23% ธุรกิจดิจิตอล 30% กิจกรรมทางการตลาด 9% การขายสื่อโฆษณาผ่านช่องสบายดี 26% ค่าลิขสิทธิ์ 7% และงานโชว์ศิลปิน 5%







