posttoday
ธนาคารโลกมองศก.ไทยโตแค่จุ๋มจิ๋ม

ธนาคารโลกมองศก.ไทยโตแค่จุ๋มจิ๋ม

22 มีนาคม 2554

ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้แค่ 3.7% เหตุโดนเงินเฟ้อกดดัน

ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตได้แค่ 3.7% เหตุโดนเงินเฟ้อกดดัน

นายวิกรม เนห์รู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออก เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์และประเมินเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก (East Asia and Pacific Update) ประจำเดือน มี.ค.ปีนี้ พบว่าในปีนี้และปีหน้าเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวลดลงจากปีที่ผ่านมา คาดว่าทั้งภูมิภาคน่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ระดับ 8% เท่านั้น ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งขยายตัวได้สูงถึง 9.6% ส่วนเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวที่ระดับ 3.7% จากปีที่ผ่านมาขยายตัวถึง 7.8%

สำหรับปัจจัยที่ธนาคารห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ รวมทั้งไทย คือ ปัญหาโศกนาฏกรรมในญี่ปุ่น ที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้มีการค้าขายระหว่างกันมากขึ้น แต่น่าจะกระทบในช่วงสั้นและมีมูลค่าจำกัด น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในที่สุด โดยคาดว่าหากการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นลดลง 0.5% น่าจะทำให้การส่งออกในภูมิภาคลดลง 1.5%

อีกปัจจัย คือ ผลกระทบเงินเฟ้อที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จากราคาสินค้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้การดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจยุ่งยากซับซ้อนขึ้น และกระทบต่อคนมีรายได้น้อย การปรับดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อก็ทำได้ไม่มากนัก เนื่องจากต้องระวังภาวะเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ หากอัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงกว่าในต่างประเทศด้วย

นายวิกรม กล่าวว่า หลายประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย แก้ปัญหาราคาสินค้าแพงด้วยการอุดหนุนราคา ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะบิดเบือนกลไกราคาตลาด และเกิดปัญหากักตุนจนสินค้าขาดแคลน เกิดการค้าขายสินค้าในตลาดมืด และ เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าเกษตรโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ความยากจนยังคงอยู่ และการอุดหนุนราคาพลังงานเป็นภาระมากเกินไปของงบประมาณ จึงควรเลิกทำเช่นนั้นเสีย แต่ไปช่วยคนจนโดยตรงดีกว่าควรที่ลดหรือเลิกการอุดหนุนราคาพลังงาน และเลือกช่วยเหลือโดยตรงแก่คนจนโดยตรง” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกระบุ

ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ในเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ในญี่ปุ่นน่าจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นจนถึงประมาณกลางปี 2554 และคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเริ่มฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังของปี และคาดว่าความเสียหายเบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.222.35 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.667.05 ล้านล้านบาทหากคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ประมาณ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และและคาดว่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของในประเทศ(จีดีพี) ของญี่ปุ่นลดลงประมาณ 0.52% ทั้งนี้คาดว่าต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟู ประมาณ 1.2 หมื่น ล้านเหรียญ ในปีงบประมาณปัจจุบัน และต้องใช้เงินฟื้นฟูเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณต่อไปด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท