
นายกฯให้1เดือนปรับภาษีรถยนต์
ประชุมกรอ.นายกฯสั่งอุตฯ พลังงาน คลัง ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้1เดือนต้องเสร็จเมินข้อเสนอเอกชนชะลอเลื่อนไปก่อนอีก1ปี
ประชุมกรอ.นายกฯสั่งอุตฯ พลังงาน คลัง ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้1เดือนต้องเสร็จเมินข้อเสนอเอกชนชะลอเลื่อนไปก่อนอีก1ปี
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการภาครัฐร่วมเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน เร่งหารือร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยให้ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลกระทบ และรายละเอียดโครงสร้างทั้งหมด
ทั้งนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้เชิญผู้ผลิตรถยนต์เข้ามาหารือเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว รวมถึงเดินทางไปเจรจาร่วมกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น และยุโรป แล้วเกือบทุกบริษัท ก่อนที่จะศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีทั้งหมด ซึ่งเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการทั้งเรื่อง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัย
“เรื่องนี้ต้องเสร็จทันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพราะนายกฯสั่งการมา และได้มอบหมายให้ดำเนินการมานานแล้ว โดยอย่างช้าต้องทำเสร็จภายใน 1 เดือนจากนี้ ขณะที่ภาคเอกชนเองขอให้ชะลอเรื่องนี้ออกไปอีก 1 ปี ที่ประชุมจึงให้ส.อ.ท.ไปนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมมา และให้รีบหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเอกชนอีกครั้งเพื่อความชัดเจน” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ภาครัฐไม่ได้ปัดข้อเสนอของเอกชนที่ขอให้ชะลอการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวออกไปก่อน 1 ปี เนื่องจากเห็นว่าเมื่อประกาศใช้แล้วไม่ได้มีผลบังคับใช้ทันที แต่มีระยะเวลาให้ภาคเอกชนปรับตัวอยู่แล้ว 2-3 ปี ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบทางการค้า โดยโครงสร้างภาษีดังกล่าวถือเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์มากกว่า เพราะหากใครสามารถผลิตรถยนต์ออกมาได้ตามที่กำหนดก็จะได้รับการลดภาษีเพิ่มเติม ไม่ได้เก็บภาษีในอัตราใหม่
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคเอกชนจะประชุมหารือกันเพื่อนำเสนอผลกระทบต่อรัฐบาลอีกครั้ง และได้แจ้งที่ประชุมกรอ.ว่าเอกชนไม่เคยได้รับทราบโครงสร้างภาษีใหม่อย่างเป็นทางการ จึงไม่ทราบว่าจะออกมาในทิศทางไหน ส่งผลให้ผู้ผลิตเกิดความสับสน
ทั้งนี้ อัตราการเก็บภาษีใหม่ที่กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ผลิตรถสามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 150-200 มิลลิกรัมต่อกิโลเมตร จะได้รับการลดภาษี 5% นั้น ในปัจจุบันรถยนต์บางรุ่นทำได้ และบางรุ่นทำไม่ได้ ซึ่งหากกำหนดแบบนี้ออกมาผู้ผลิตก็ต้องหารทางปรับตัว โดยต้องดูว่าอาจจะต้องนำเข้าเครื่องยนต์ หรือลงทุนไลน์การผลิตใหม่ เพื่อความคุ้มทุนมากที่สุด หรืออาจจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรยอมเสียภาษีในระดับเดิม เพราะลงทุนใหม่ไม่คุ้มกับภาษที่ได้รับ
“ขณะนี้ค่ายรถยนต์ทุกค่ายก็มีการเตรียมความพร้อมอยู่บ้างแล้ว แต่เราต้องการตัวเลขหรือโครงสร้างภาษที่ชัดเจนและเป็นทางการ เพื่อจะได้นำไปพิจารณาการปรับปรุงการผลิตเพิ่มเติม เพราะเครื่องยนต์ที่ผลิตในไทยส่วนใหญ่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศเยอะ หากเปลี่ยนเป็นต้องนำเข้าเครื่องยนต์จะกระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ” นายศุภรัตน์ กล่าว







