
กสิกรหวั่นราคาโภคภัณฑ์เสี่ยง
“กสิกรไทย” เปิดบริการป้องกันความเสี่ยง น้ำมัน ทองแดง ฝ้าย ทองคำ เริ่มกลุ่มลูกค้าใหญ่ปริมาณธุรกรรม 100 ล้านบาท
“กสิกรไทย” เปิดบริการป้องกันความเสี่ยง น้ำมัน ทองแดง ฝ้าย ทองคำ เริ่มกลุ่มลูกค้าใหญ่ปริมาณธุรกรรม 100 ล้านบาท
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารเปิดให้บริการป้องกันความเสี่ยงสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสำหรับลูกค้าในธุรกิจขนาดใหญ่ ปริมาณธุรกรรมครั้งละ 100 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์มีการปรับตัวสูงขึ้นมาก ไม่เฉพาะราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ได้แก่ เหล็ก เงิน และทองแดง ที่มีความผันผวนปีละ 1012% ขณะที่น้ำมันมีความผันผวนปีละ 6%
นายวศิน กล่าวว่า หากหักน้ำมันออกแล้ว ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์จะคิดเป็น 2425% ของต้นทุนการผลิตรวมสำหรับผู้ประกอบการไทย หมายความว่าหากสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมมีความผันผวน และผู้ประกอบการไม่สามารถบริหารความเสี่ยงได้ก็มีโอกาสขาดทุน
ปัจจุบันความเสี่ยงมีมากขึ้น เพราะความต้องการใช้สินค้าโภคภัณฑ์ในโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้มีจำนวนเท่าเดิม
ทั้งนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ที่ธนาคารเปิดรับป้องกันความเสี่ยงมีทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม และสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ทองแดง ทองคำ น้ำมัน ฝ้าย ถั่วเหลือง และอะลูมิเนียม
นายวศิน กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปริมาณธุรกรรมที่ป้องกันความเสี่ยงในสินค้าโภคภัณฑ์ไว้ที่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เป็นอัตราเติบโตจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 300400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,0001.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ปี 2552 ปริมาณธุรกรรมรวมอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท
“ราคาประกันขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย แต่ในธนาคารต่างประเทศจะไม่เล่นกับลูกค้ารายกลาง เรามองว่าเรื่องนี้คือเรื่องน่ากลัวอีกอย่าง เพราะสินค้าโภคภัณฑ์อย่างพลังงาน 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลดูแลอุดหนุนราคาอยู่แล้ว แต่ที่เหลือ 6 แสนล้านบาท เป็นสินค้าโภคภัณฑ์อื่นที่ไม่มีการแทรกแซง เช่น ทองแดง ทองคำ ซึ่งต้นทุนพวกนี้ในปี 2553 ขึ้น 50% จากปี 2552” นายวศิน กล่าว
นายวศิน กล่าวว่า ปัจจัยภายในญี่ปุ่นก็จะส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวนขึ้นอีก อย่างหลังจากเกิดเหตุในญี่ปุ่นราคาทองแดงก็ลดลง 1,000 บาท ถือว่าเป็นระดับราคาที่ร่วงลงมาก
ทั้งนี้ ธนาคารมีสินเชื่อลูกค้าขนาดใหญ่ 78 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้รับความผันผวนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูง จากปัจจุบันสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่คงค้างสิ้นเดือน ก.พ. 2554 อยู่ที่ 3.43 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2553 อยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท
นายวศิน กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ 7,100 ล้านบาท ซึ่งจะมากกว่า 50% ของรายได้รวม เนื่องจากกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่เป็นกลุ่มที่แข่งขันดอกเบี้ยกันสูง จะมีแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (สเปรด) เมื่อเทียบกับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ธนาคารทหารไทยวิเคราะห์ว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกกำลังทะยานสู่ระดับอันตราย เป็นผลพวงจากภัยธรรมชาติบวกกับสภาพคล่องส่วนเกินจำนวนมากที่วิ่งหาผลตอบแทนในตลาดเกิดใหม่ ประกอบกับความต้องการอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นจากกำลังซื้อของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และกลุ่มประเทศอื่นๆ เห็นได้จากรายจ่ายต่อราคาอาหารของแต่ละประเทศที่สูงมากเฉลี่ย 36% และที่ผ่านมาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน จีดีพีขยายตัว 10% บราซิล 78% ไทย 7.8%" ทั้งภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรหรือ Supply Shock บวกสภาพคล่องที่เหลือเฝือเป็น 2 ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเก็งกำไรจากการวิ่งหาผลตอบแทนในสินค้าโภคภัณฑ์และทำให้แนวโน้มกลุ่มBRICยังคงมีภาวะเงินเฟ้อสูง โดยเฉพาะทั้งปัจจัยการอัดฉีดสภาพคล่อง บวกการกำกับสถาบันการเงินที่เข้มงวดขึ้นในกลุ่มประเทศจี 3 และการคาดการณ์เชิงบวกของกลุ่ม BRIC เหล่านี้จะเป็นสัญญาณที่ค่อยๆก่อตัวเป็นฟองสบู่ในสินค้าโภคภัณฑ์และจะเป็นปัจจัยหลักที่จะก่อให้เกิดวงจรอุบาทว์หรือวิกฤติรอบหน้าในอีก 35 ปี" นายเบญจรงค์กล่าว







