
กสทฯ โชว์กำไร 3 หมื่นล้านจากทรูซื้อฮัทช์
กสทฯ เย้ยฝ่ายค้าน ข้อมูลไม่ปึ้ก โชว์กำไร 3.3 หมื่นล้านบาท จากดีลทรูซื้อฮัทช์
กสทฯ เย้ยฝ่ายค้าน ข้อมูลไม่ปึ้ก โชว์กำไร 3.3 หมื่นล้านบาท จากดีลทรูซื้อฮัทช์
รายงานข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า ไอซีทีได้ร่วมกับ บริษัท กสท โทรมนาคม จัดทำหนังสือ “ใครขวาง 3จี เพื่อใคร” เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการที่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อกิจการของ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์ ว่าไม่ได้ส่งผลเสียหายต่อกสทฯ และรัฐ เนื่องจาก กสทฯ จะมีกำไร จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมและระบบส่งสัญญาณ ระยะเวลา 14 ปี 5 เดือน รวม 3.3หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ หากดีลระหว่างทรูและฮัทช์ไม่เกิดขึ้น จะทำให้กสทฯ ขาดทุนสะสมจากฮัทช์ปีละ 2,300 ล้านบาท จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และหากรอให้หมดอายุสัญญากับฮัทช์ปี 2558 โดยที่ไม่ดำเนินการใดๆเลยนั้น กสทฯ จะขาดทุนสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
ส่วนสาเหตุที่ต้องเป็นกลุ่มทรูนั้น เพราะทรูได้แจ้งมายังกสทฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2553 ว่าหากซื้อฮัทช์สำเร็จ ทรูจะเข้าแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นระหว่างกสทฯ กับฮัทช์ โดยยกเลิกสัญญาทำตลาดและเช่าอุปกรณ์โครงข่าย แล้วทำสัญญาใหม่ให้สอดคล้องกับธุรกิจรูปแบบใหม่และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่ากับว่า กสทฯได้ในสิ่งที่ต้องการและเป็นประโยชน์กับกสทฯ อย่างมาก
“ไม่จำเป็นต้องทรู เพียงแต่ทรูมีสิ่งที่จำเป็น เพราะที่ผ่านมาทรูเป็นบริษัทเดียวที่นำเสนอรูปแบบการเป็นพันธมิตรธุรกิจกับกสทฯ ในการให้บริการเอชเอสพีเอ ขณะที่รายอื่นเห็นว่ามีความพร้อมด้านโครงข่ายและความถี่อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องร่วมกับกสทฯ”
รายงานข่าวระบุว่า ทรู ต้องแบกรับความเสี่ยงมากกว่ากสทฯในการเช่าเครื่องอุปกรณ์เอชเอสพีเอ เพื่อนำมาทดแทนอุปกรณ์ซีดีเอ็มเอ รวมทั้งรับภาระความเสี่ยงด้านการตลาดและความผันผวนของรายได้มากกว่าจากการที่เน้นกลุ่มลูกค้าตลาดแมส ตรงกันข้ามกสทฯ ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะมีรายได้จากบริการขายส่ง ซึ่งจะดำเนินการตามปริมาณความต้องการของผู้ซื้อบริการขายส่ง หรือ รีเซลเลอร์
นอกจากนี้ การที่กสทฯ เป็นพันธมิตรกับทรู เพราะไม่สามารถนำคลื่นความถี่ออกประมูลได้ เพราะขัดกับมาตรา 46 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2553 หรือพ.ร.บ.กสทช.ที่กำหนดว่าให้กสทฯ ต้องใช้คลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาตด้วยตนเองจะโอน หรือ มอบให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้
รวมทั้ง การร่วมมือกับทรูครั้งนี้ จะทำให้กสทฯ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เพราะปัจจุบัน กสทฯ มีรายได้ 5 หมื่นล้านบาท เป็นรายได้จากสัมปทาน 3 หมื่นล้านบาท และหากหักรายได้จากสัมปทานจะขาดทุนทันที 2,000 ล้านบาท







