
กบง.มีมติลดการชดเชยดีเซลลง 30 สต./ลิตร
กบง.ตัดสินใจลดชดเชยดีเซล 30 สต./ลิตรช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯเดือนละ 496 ล้านบาท แต่ราคาขายปลีกไม่เปลี่ยนแปลง
กบง.ตัดสินใจลดชดเชยดีเซล 30 สต./ลิตรช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯเดือนละ 496 ล้านบาท แต่ราคาขายปลีกไม่เปลี่ยนแปลง
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง โดยพิจารณาเห็นว่าปัจจุบันสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงจึงเห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลง 30 สต./ลิตร จากเดิมชดเชยดีเซลอยู่ที่ 5 บาท/ลิตร ทำให้ขณะนี้ดีเซลได้รับการชดเชยที่ 4.70 บาท/ลิตร จะมีผลทำให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯติดลบลดลงเหลือ 286 ล้านบาท/วัน จากเดิมติดลบ 302 ล้านบาท/วัน หรือลดภาระกองทุนน้ำมันฯประมาณ 16 ล้านบาท/วัน หรือ 496 ล้านบาท/เดือน
โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯมีเงินสดอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันไปพยุงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร แล้ว 1.24 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามการปรับลดอัตราการชดเชยราคารดีเซลครั้งนี้ตจะไม่มีผลต่อราคาขายปลีกดีเซล หน้าปั๊ม โดยยังมีราคาอยู่ที่ 29.89 บาท/ลิตร
อย่างไรก็ตามสำหรับราคาน้ำมันตลาดโลกวันที่ 16มี.ค. 2554 น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับราคา 104.50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้านั้น 1.85 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยที่น้ำมันดีเซลอยู่ที่ระดับ 128.30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากวันก่อน 1.64 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ในการประชุมครม.ทีผ่านมาได้เสนอขอขยายระยะเวลาการใช้ดีเซลสูตรบี 2 ออกไปอีกโดยไม่มีกำหนด จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนมี.ค. นี้ เนื่องจากสถานการณ์ปาล์มน้ำมันยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ หากกลับมาใช้ดีเซลสูตรบี3 ตามปกติ ต้องเพิ่มปริมาณการใช้ปาล์มน้ำมันในการผลิตไบโอดีเซล(บี100)มาผสมเพิ่ม เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคปาล์มน้ำมัน







