posttoday
หวั่นภัยพิบัติญี่ปุ่นกระทบโครงการถลุงเหล็ก

หวั่นภัยพิบัติญี่ปุ่นกระทบโครงการถลุงเหล็ก

16 มีนาคม 2554

หวั่นแผ่นดินไหวญี่ปุ่นกระทบโครงการเหล็กต้นน้ำในไทยล่าช้า ด้านแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กโลกอาจซบเซา และราคาอาจปรับตัวลงในระยะสั้น

หวั่นแผ่นดินไหวญี่ปุ่นกระทบโครงการเหล็กต้นน้ำในไทยล่าช้า ด้านแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กโลกอาจซบเซา และราคาอาจปรับตัวลงในระยะสั้น

นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นยอมรับว่าจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการถลุงเหล็กคุณภาพสูงหรือเหล็กต้นน้ำในไทยให้มีความล่าช้าออกไป แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจต่อการลงทุนของ 4 บริษัท ได้แก่ บริษัทนิปปอน สตีล บริษัทเจเอฟอี สตีล คอร์เปอเรชั่น จากญี่ปุ่น บริษัทบาวสตีล จากจีน และอาเซลอว์ มิททัล จากอินเดีย ว่าจะยังสนใจเข้ามาลงทุนในไทยหรือไม่

ทั้งนี้ ความคืบหน้าในโครงการเหล็กต้นน้ำของไทยจะมีทิศทางอย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล โดยที่ผ่านมาสถาบันเหล็กฯ ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและสรุปภาพรวมเสนอไปยังนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรมแล้ว เพื่อที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาในคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ต่อไป โดยมีการนำเสนอแนวทางการลงทุนในในประเทศและในประเทศเพื่อนบ้านควบคู่กันไป

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3  ของโลก หากภาวะเศรษฐกิจทรุดหนักก็จะเป็นตัวฉุดให้เศรษฐกิจโลกถดถอยตามไปด้วย และมีผลต่ออุตสาหกรรมเหล็กโดยคาดว่าความต้องการ และราคาในตลาดโลกอาจปรับตัวลดลงในระยะสั้น ส่วนระยะกลางต้องดูว่าสถานการณ์จะฟื้นตัวได้แค่ไหน

“เหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นได้ส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมเหล็กบางส่วน แต่เป็นโรงงานผลิตเหล็กทรงยาวที่ใช้ภายในประเทศเป็นหลัก และส่งออกไปยังประเทศเกาหลี จึงคาดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าเหล็กของไทยแต่อย่างใด ขณะที่ภาพรวมความต้องการใช้เหล็กในปีนี้คาดว่ายังขยายตัวได้ แต่บางกลุ่มอาจได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะมีการใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นจำนวนมาก” นายวิกรม กล่าว  

ด้านปริมาณการใช้เหล็กในประเทศในปี 2554 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15 ล้านต้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% ที่ใช้อยู่14 ล้านตัน โดยมีอัตราการใช้ต่อเดือนอยู่ที่ 1 ล้านกว่าตัน เนื่องจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่คาดว่าจะขยายตัว 10-12% กลุ่มเครื่องจักรกล ที่ปัจจุบันมีการย้ายฐานการผลิตมาในเมืองไทยมากขึ้นทำให้กลุ่มนี้จะมีการใช้เหล็กมากขึ้น ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้การนำเข้าเหล็กแผ่นจะสูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่ภาคการก่อสร้างคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 4-6% โดยภาคการก่อสร้างจะเริ่มลดสัดส่วนการใช้เหล็กลงจากเดิมที่ใช้เหล็กอยู่ที่ระดับ 60% ของการใช้ทั้งหมด มาอยู่ที่ 58% ส่วนภาคอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท