
ชัยวรดิศ ลุยอสังหารูปแบบคูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง
ชัยวรดิศยึดหัวหาดเพชรบุรี-ประตูน้ำ ลุยอสังหารูปแบบคูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง คอนโดมิเนียม โรงแรม แห่งที่ 3 คาดเริ่มได้ปี 56มูลค่าเหยียบหมื่นล้าน ระบุทำเลนี้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกยังรุ่ง
ชัยวรดิศยึดหัวหาดเพชรบุรี-ประตูน้ำ ลุยอสังหารูปแบบคูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง คอนโดมิเนียม โรงแรม แห่งที่ 3 คาดเริ่มได้ปี 56มูลค่าเหยียบหมื่นล้าน ระบุทำเลนี้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกยังรุ่ง
น.ส.กวีณา วงศ์วิจิตกุล ประธานกรรมการ บริษัท ชัยวรดิศ ผู้พัฒนาโครงการศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่งชิบูญ่า 19 เปิดเผยว่า บริษัทฯอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอซื้อที่ดินเนื้อที่ 6 ไร่ บริเวณ ถ.เพชรบุรีเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบมิกซ์ยูสประกอบด้วยศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง สินค้าแฟชั่น คอนโดมิเนียมและโรงแรม โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการแห่งที่ 3 บนถ.เพชรบุรีได้ภายในปี 2556
“ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรเจาเพื่อซื้อขาดที่ดินจำนวน 6 ไร่ คาดว่าจะได้ขอสรุปในช่วงปลายปีนี้เพื่อพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส หลังจากที่บริษัทฯได้ทำวิจัยแล้วพบว่าพื้นที่บริเวณประตูน้ำ เพชรบุรี ราชเทวี ถือเป็นทำเลทองของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาพัฒนารูปแบบดังกล่าวจำนวนมากในย่านนี้ตลาดก็ยังไม่โอเวอร์ซัพพลาย” น.ส.กวีณากล่าว
อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการแรกชื่อ ชิบูญ่า 19 ศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง และโรงแรม บริเวณปากซ.เพชรบุรี 19 มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ขณะนี้มีผู้จองสิทธิ์ขอเช่าพื้นที่ค้าปลีกค้าส่งบนชั้น 1-5 เต็ม 100% และมีการก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 75% ซึ่งจะตามแผนจะก่อสร้างเสร็จเดือนพ.ย. ปี 54 พร้อมกับพื้นที่ในส่วนโรงแรม ที่ตั้งอยู่บนชั้น 7-21 ที่ใช้ชื่อ ชิบูญ่า สมาร์ท โฮเต็ล พัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 140 ห้อง คาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 4 ปี
นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาโครงการที่ 2 บริเวณถ.เพชรบุรี ซ.20 บนเนื้อที่ 4 ไร่ โดยใช้ชื่อโครงการโซไอ ทเวนตี้ เป็นศูนย์การค้า และคอนโดมิเนียม ขนาด 40-80 ตร.ม. ราคาเฉลี่ย 1 แสนบาทต่อตร.ม. สูง 38 ชั้น มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ขณะนี้มีลูกค้าได้ให้ความสนใจจองพื้นที่เช่าแล้วประมาณ 1,000 ราย แต่จะเปิดให้จองโครงการได้ในช่วงปลายปีนี้
สำหรับธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในบริเวณประตูน้ำ เพชรบุรี มีเม็ดเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าวันละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปีก่อนประมาณ 20% ซึ่งถือว่าเป็นถนนค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ ที่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ความสนใจ ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะจากอินเดีย และตะวันออกกลาง
ส่วนการเข้ามาของกลุ่มทุนจากประเทศจีน ที่จะเข้ามาลงทุนเปิดศูนย์ค้าปลีกและค้าส่งในย่านบางนานั้นเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในเมืองไทย เนื่องจากประเทศไทยเปิดเสรีทางการค้า หากไม่มีกลุ่มทุนจากประเทศจีน เข้ามาก็คาดว่าจะต้องมีจากกลุ่มทุนจากประเทศอื่นเข้ามา ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการไทยอย่างเช่น ผู้ค้าปลีกค้าส่ง ย่านประตูน้ำได้มีร่วมมือกันเป็นกลุ่ม เพื่อพัฒนาธุรกิจในย่านนี้ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ
น.ส.กวีณา ยังกล่าวถึงแผนการพัฒนาโครงการของบริษัทใน 3-5 ปี นั้นคาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300-500 ล้านบาท โดยได้วางแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย พร้อมกัน
นี้มีแผนนจะพัฒนาโครงการในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าเป็นโครงการบ้านเดี่ยว รวมไปถึงการพัฒนาโครงการในต่างจังหวัด แต่ทั้งนี้จะต้องศักยภาพในแต่ละพื้นที่ว่าเหมาะจะพัฒนาในรูปแบบใด







