posttoday
เปิดเสรีค้าจีน1ปีไทยเสียส่วนแบ่งตลาด41.83%

เปิดเสรีค้าจีน1ปีไทยเสียส่วนแบ่งตลาด41.83%

15 มีนาคม 2554

เปิดเสรีการค้าอาเซียน – จีน 1 ปี ไทยเสียส่วนแบ่งตลาดในจีน 41.83% โดยสินค้าที่เสียตลาดมากที่สุด คือ น้ำตาล ข้าว ผักและผลไม้ ขณะที่เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม

เปิดเสรีการค้าอาเซียน – จีน 1 ปี ไทยเสียส่วนแบ่งตลาดในจีน 41.83% โดยสินค้าที่เสียตลาดมากที่สุด คือ น้ำตาล ข้าว ผักและผลไม้ ขณะที่เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการศึกษาเรื่อง “ประเมิน 1 ปี อาเซียน-จีน” ว่า สถิติการค้าช่วง 1 ปีที่ผ่านมาหลังข้อตกลงอาเซียนและจีนเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 ส่งผลให้ไทยมีส่วนแบ่งตลาดในจีนลดลง 41.83% แบ่งเป็นสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 36.2% ขณะที่สินค้าเกษตรลดลง 5.56%

สินค้าที่ส่วนแบ่งตลาดลดลงมากที่สุดได้แก่ น้ำตาล ลดลง 42.97% รองลงมา ข้าว ลดลง 9.28% และผักและผลไม้ ลดลง 5.43% ส่วนสินค้าที่ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมี 4 ประเภทได้แก่ มันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 14.85% ยานยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ขนส่งต่างๆ เพิ่มขึ้น 11.5% เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เพิ่มขึ้น 5.88% และเครื่องดื่มและยาสูบเพิ่มขึ้น 0.68%

"สาเหตุที่ไทยเสียส่วนแบ่งตลาดในจีน เพราะหลังข้อตกลงเอฟทีเอมีผลมา 1 ปีนั้น ประเทศอื่นๆส่งออกโดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษีเพิ่มขึ้น และสินค้าส่วนใหญ่เป็นคู่แข่งกันเอง แต่ในด้านมูลค่าการนำเข้าของจีนจากอาเซียน เพิ่มขึ้นจึง สรุปได้ว่าเอฟทีเอฉบับนี้เป็นประโยชน์ในเชิงการเพิ่มมูลค่าการค้าทั้งสองฝ่าย แต่อีกด้านก็เพิ่มการเพิ่มโอกาสการแข่งขันให้กับประเทศอื่นในอาเซียนด้วย"นายอัทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ จากการเปิดเสรีดังกล่าวนอกจากไทยที่เสียตลาดในจีนลดลงแล้ว ยังมีประเทศสิงคโปร์ที่เสียส่วนแบ่งตลาดลดลง 112.83% ขณะที่อินโดนีเซียมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 65.87% รองลงมา มาเลเซียเพิ่มขึ้น 43.81% และเวียดนาม เพิ่มขึ้น 28.59%

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของอาเซียนกับประเทศจีน มูลค่าการส่งออกรวมของอาเซียนไปยังจีน ในปี 2553 มูลค่า 1.01 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีมูลค่า 8.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  ในส่วนไทย ส่งออกมูลค่า 1.94 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการนำเข้ารวมของประเทศในอาเซียนจากจีน ปี 2553 มูลค่า 1.19 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 9.81 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยนำเข้า 2.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.71 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ดุลการค้ารวมปี 2553 อาเซียนยังขาดดุลจีน 1.77 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 1.61 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นายชัยนันท์ อุโฆษกุล ประธานคณะกรรมการด้านศุลกากร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ข้อตกลงอาเซียน-จีน จะมีผลบังคับใช้สมบูรณ์พร้อมกับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งขณะนี้จีนกำลังเร่งสร้างระบบขนส่งใน 3 เส้นทาง ได้แก่ พม่า คุนหมิง-เวียงจันทร์ และหนานหนิง-ฮานอย – กัมพูชา – สิงคโปร์ ซึ่งทั้ง 3 เส้นทางจะดำเนินการเสร็จใกล้ๆ กับเออีซี โดยเป็นแผนที่จีนวางไว้ เพื่อสร้างระบบขนส่งในอาเซียน ขณะเดียวกันก็มีแผนจะสร้างศูนย์กระจายสินค้าในอีกหลายประเทศ ซึ่งไทยต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น

ด้านไทยเองก็จำเป็นต้องเข้าไปสร้างศูนย์กระจายสินค้าในรูปแบบเดียวกันกับที่จีนทำในประเทศอื่นๆ ด้วย เพื่อสร้างช่องทาง และโอกาสให้กับสินค้าไทยกระจายเข้าสู่ตลาดอาเซียนให้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท