
ดอกเบี้ยกดต้นทุนเอสเอ็มอีเพิ่ม1%
ธนาคารกสิกรไทยชี้ดอกเบี้ยขาขึ้นทำให้ต้นทุนเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นมาแล้ว 0.51% ระบุลูกค้ากลุ่มขนส่ง เคมีภัณฑ์และพลาสติกลำบากกว่ากลุ่มธุรกิจ เพราะผลักภาระด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ได้
ธนาคารกสิกรไทยชี้ดอกเบี้ยขาขึ้นทำให้ต้นทุนเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นมาแล้ว 0.51% ระบุลูกค้ากลุ่มขนส่ง เคมีภัณฑ์และพลาสติกลำบากกว่ากลุ่มธุรกิจ เพราะผลักภาระด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้าไม่ได้
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายและดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในช่วงนี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการบ้างแล้วแม้อาจจะยังไม่มากนัก แต่ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) น่าจะเพิ่มขึ้นมาจากเดิมแล้ว 0.5-1%
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจกับลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทยพบว่าต้นทุนดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกระทบผู้ประกอบการน้อยกว่าต้นทุนอื่นๆ เพราะต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้คิดเป็นเพียง 45% ของต้นทุนทั้งหมดของผู้ผลิต เพราะต้นทุนอื่นๆ อาทิ ต้นทุนจากเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่าดอกเบี้ย
นายปกรณ์ กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะยืนอยู่ที่ระดับ 3.0-3.25% เงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 3.6-4.6% ซึ่งปรับขึ้นจากครั้งก่อนหน้า ขณะที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศน่าจะอยู่ที่ 3-4% ลดลงจากการประเมินครั้งก่อนที่คาดไว้ที่ 4-5% เพราะเศรษฐกิจน่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก จึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการบริโภคของประชาชน รวมทั้งอาจจะทำให้ภาคการส่งออกที่เป็นหัวรถจักรใหญ่ของประเทศชะลอตัวลดลง เพราะการบริโภคและยอดการสั่งซื้อสินค้าในต่างประเทศลดลงได้
“เท่าที่ดูถึงดอกเบี้ยจะปรับขึ้น ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสูงขึ้น แต่ยังถือว่าต้นทุนดอกเบี้ยกระทบเขาน้อยกว่าต้นทุนอื่นๆ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็สามารถปรับตัวลดต้นทุน และผลักภาระผ่านการปรับราคาสินค้าได้บ้าง ยกเว้นผู้ประกอบธุรกิจในกลุ่มการขนส่ง โลจิสติกส์ เคมีภัณฑ์ และพลาสติกที่ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ค่อนข้างยาก เพราะมีการควบคุมราคา ซึ่งธนาคารจะเข้าไปดูแลลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกรณีพิเศษ” นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มที่มีความเสี่ยง ปรับราคาสินค้าผลักภาระต้นทุนยาก ธนาคารต้องเข้าไปให้คำปรึกษาและดูแลเป็นพิเศษ ในรูปของการให้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีสภาพคล่องในการจ่ายค่าวัตถุดิบมาใช้ในการผลิตที่สูงขึ้น หรือใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปรับปรุงเครื่องจักร
“การเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนในปีนี้ขยายตัวค่อนข้างมากประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน จากเดิม 4,000-5,000 ล้านบาทต่อเดือน” นายปกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเชื่อว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่น่าจะสร้างปัญหาหนี้เสียให้เพิ่มมากขึ้นจนส่งผลกระทบกับเป้าหมายการขยายสินเชื่อในปีนี้ เพราะกลุ่มที่มีปัญหามีการใช้วงเงินสินเชื่อมีแค่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10% ของสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมดที่มีถึง 3.7 แสนล้านบาท
นายปกรณ์ยืนยันว่า ธนาคารยังคงตั้งเป้าจะขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้ว่าจะเติบโต 8-10% หรือเพิ่มเป็น 3.9 แสนล้านบาท







