
กลุ่มอลิอันซ์ โชว์ผลงานปี 53 เติบโตสูงสุด
กลุ่มอลิอันซ์ เยอรมนี บริษัทแม่ของบริษัทอยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2553 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 106.5 พันล้านยูโรหรือ 4.29 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% นายโอลิเวอร์ เบท กรรมการบริหารของ อลิอันซ์ เอสอี เปิดเผยว่า ในปี 2553ที่ผ่านมา กลุ่มอลิอันซ์ เยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต มีรายได้รวมทั้งสิ้น 106.5 พันล้านยูโรหรือ 4.29 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% โดยรายได้จากค่าเบี้ยประกันของธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพเติบโต 57.1 พันล้านยูโร หรือ2.30 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552
กลุ่มอลิอันซ์ เยอรมนี บริษัทแม่ของบริษัทอยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต เปิดเผยผลดำเนินงานปี 2553 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 106.5 พันล้านยูโรหรือ 4.29 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3%
นายโอลิเวอร์ เบท กรรมการบริหารของ อลิอันซ์ เอสอี เปิดเผยว่า ในปี 2553ที่ผ่านมา กลุ่มอลิอันซ์ เยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต มีรายได้รวมทั้งสิ้น 106.5 พันล้านยูโรหรือ 4.29 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% โดยรายได้จากค่าเบี้ยประกันของธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพเติบโต 57.1 พันล้านยูโร หรือ2.30 ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552
ทั้งนี้ รายได้ของกลุ่มอลิอันซ์เพิ่มขึ้น 9.3% กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 17% มาอยู่ที่ 8.2 พันล้านยูโรหรือ 3.30 แสนล้านบาท เติบโตเกินเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 7.7 พันล้านยูโรหรือ 3.10 แสนล้านบาท รายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนทางบัญชี และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ส่งผลบวก คิดเป็นมูลค่า 500 ล้านยูโรหรือ2.01 หมื่นล้านบาท
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วนและผลตอบแทนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่องแตะ 5.2 พันล้านยูโรหรือ 2.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จาก 4.65 พันล้านยูโรหรือ1.87 แสนล้านบาท ในปี 2552
สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 173% ณ สิ้นปี 2553 รวมเงินปันผลค้างจ่าย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 9 percentage points จากสิ้นปี 2552 สัดส่วนผู้ถือหุ้นเติบโต 10.9% มาอยู่ที่ 44.5 พันล้านยูโร หรือ 1.79 ล้านล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารยังได้เสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการของอลิอันซ์ เอสอี ให้จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 4.50 ยูโร ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.8% จากปีที่แล้วที่จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 4.10 ยูโร
“เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับการเติบโตอย่างมากมายในปี 2553 ถือเป็นการเติบโตของรายได้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกำไรจากการปฏิบัติงานก็เติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าอลิอันซ์มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงได้ในระดับที่ดีมาก จนสามารถพลิกฟื้นจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551 และ 2552 ขึ้นมามีกำไรและมีสถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง และนี่ถือเป็นพื้นฐานสำหรับความยืดหยุ่นและความมั่นคงที่ลูกค้า นักลงทุนและพนักงานสามารถคาดหวังจากเราได้”นายไมเคิล กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจประกันวินาศภัย มีแนวโน้มที่ดีในด้านราคาที่เป็นบวกในตลาดหลัก รวมถึงมีการเติบโตในส่วนของธุรกิจการรับประกันภัยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2553 ส่งผลให้ยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้น 3.2% มาอยู่ที่ 43.9 พันล้านยูโร หรือ1.77 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 5.9% คิดเป็น 4.3 พันล้านยูโร หรือ1.73 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4.1 พันล้านยูโรหรือ1.65 แสนล้านบาท ในปี 2552 การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้จากการลงทุนและจากธุรกิจการรับประกันภัยแม้จะประสบกับภาวะความสูญเสียจากเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติในปริมาณที่สูงก็ตาม โดยผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 1.3 พันล้านยูโร หรือ5.23 หมื่นล้านบาท หรือสูงเกือบเป็นสามเท่าของปี 2552 ที่มีมูลค่าความเสียหาย 447 ล้านยูโร หรือ1.80 หมื่นล้านบาท
อัตราส่วนรวมอยู่ที่ 97.2% จาก 97.4% ในปี 2552 เป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอัตราส่วนรวมในธุรกิจประกันสินเชื่อ รวมถึงอัตราส่วนรวมที่เพิ่มขึ้นในตลาดในประเทศฝรั่งเศส อิตาลีและประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้รับผลดีจากเงินทุนสำรองที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
นายโอลิเวอร์ เบท กรรมการบริหารของ อลิอันซ์ เอสอี กล่าวว่า โดยภาพรวม เราสามารถสร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะเผชิญภาวะตลาดที่ซบเซา แต่มองในแง่ของกำไรจากการดำเนินงาน จะเห็นว่าไตรมาสสี่ของเราถือเป็นไตรมาสที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบสองปี ในปี 2553 เราสามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับลูกค้าที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านยูโร (4.02 หมื่นล้านบาท) และอัตราส่วน loss ratio ก็ยังดีขึ้นในส่วนของอุบัติเหตุที่ไม่นับรวมเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ อยากจะเน้นให้เห็นถึงอัตราการเติบโตของรายได้ที่เป็นเลขสองหลักในธุรกิจหลัก และผลกระทบเชิงบวกในด้านราคาของทั้งธุรกิจใหม่และธุรกิจที่มีการต่อสัญญาในประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย อิตาลี ฝรั่งเศส และธุรกิจประกันสินเชื่อ
ส่วนธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ สามารถสร้างรายได้จากค่าเบี้ยประกันได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นมูลค่า 57.1 พันล้านยูโรหรือคิดเป็น 2.30 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 12.5% จาก 50.8 พันล้านยูโร 2.04 ล้านล้านบาทในปี 2552 เป็นผลมาจากความต้องการที่สูงขึ้นในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบพ่วงการลงทุน และประกันชีวิตแบบทั่วไป กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 7.4% มาอยู่ที่ 2.9 พันล้านยูโร หรือ1.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.7 พันล้านยูโร หรือ1.09 แสนล้านบาท ในปี 2552 ส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการจัดการด้านรายจ่ายที่ดีขึ้น รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2552
“ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของเราในธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ ถือว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดไว้ ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์และบริการของอลิอันซ์ช่วยผลักดันให้รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าต้องการผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจและมีความมั่นใจในสถานภาพที่มั่นคงของเรา ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานสูงเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ตลอดทั้งปี ในส่วนของมูลค่าของธุรกิจใหม่และกำไรก็เติบโตขึ้นเช่นกัน แม้จะอยู่ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำก็ตาม” นายโอลิเวอร์ กล่าว







