posttoday
ธุรกิจไอศกรีมอ่วม!ต้นทุนพุ่ง 10 %

ธุรกิจไอศกรีมอ่วม!ต้นทุนพุ่ง 10 %

09 มีนาคม 2554

ไอศกรีม อ่วมต้นทุนพุ่ง 10% กัดฟันตรึงราคารับตลาดแข่งขันสูง สเวนเซ่นส์ ชะลอขยายสาขา มุ่งเพิ่มความถี่ โคล สโตน บุกเพิ่มยอด หวัง 5 ปีขึ้นผู้นำ

ไอศกรีม อ่วมต้นทุนพุ่ง 10% กัดฟันตรึงราคารับตลาดแข่งขันสูง สเวนเซ่นส์ ชะลอขยายสาขา มุ่งเพิ่มความถี่ โคล สโตน บุกเพิ่มยอด หวัง 5 ปีขึ้นผู้นำ

นายปีเตอร์ คิง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) กล่าวว่า ปัจจัยที่น่ากังวลในการดำเนินธุรกิจปีนี้ คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งวัตถุดิบ ราคาน้ำมัน และด้านบุคลากร เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้เรื่องการเมืองยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังต่อไป เพราะปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบมาก จากการที่ต้องปิดให้บริการในบางสาขา

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคา เนื่องจากตลาดไอศกรีมแข่งขันสูง จึงเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายภายในองค์กร ปรับปรุงกระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น รวมทั้งพิจารณาซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าสำหรับตัวที่มีแนวโน้มจะปรับราคา เชื่อว่าภายในปีนี้ยังคงตรึงราคาเดิมไว้ได้

สำหรับตลาดรวมไอศกรีม เฉพาะที่เป็นร้านมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท ปีที่ผ่านมาขยายตัว 10% จากปกติจะเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 15% เนื่องจากผลกระทบจากการเมือง โดยปีนี้คาดว่าจะกลับมาขยายตัวในสัดส่วน 10-15% โดยสเวนเซ่นส์ มีส่วนแบ่ง 75% จากตลาดรวม หรือมียอดขายราว 3,000 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโต 20%

นายปีเตอร์ กล่าวว่า ปีนี้สเวนเซ่นส์ จะชะลอการขยายสาขา โดยจะเปิดสาขาใหม่อีก 10-15 สาขา จากปกติจะเปิดไม่ต่ำกว่า 20 สาขาต่อปี เนื่องจากสาขาที่มีรวม 230 สาขาค่อนข้างครอบคลุม แต่จะหันมาเน้นเพิ่มยอดในสาขาเดิม โดยใช้กิจกรรมการตลาดทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ การหาพันธมิตรเข้ามาร่วมจัดแคมเปญการตลาด การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและลอยัลตี้ โปรแกรม โดยใช้งบการตลาดรวม 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน

นางวชิราภรณ์ วานิชชัย ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์โคล สโตน ครีมเมอรี่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป กล่าวว่า โคล สโตน เป็นไอศกรีมนำเข้า 100% ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบในประเทศที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น กระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยบริษัทได้เจรจากับผู้ผลิตขอตรึงราคาการนำเข้าสินค้าไว้เท่าเดิมในปีนี้ เพื่อไม่ให้ต้นทุนเพิ่มไปกว่านี้

ขณะเดียวกัน จะเร่งขยายสาขาเพื่อเพิ่มยอดขายให้ครอบคลุมกับต้นทุน ปัจจุบันมี 4 สาขา ปีนี้เพิ่มเป็น 10 สาขา และปีต่อไปเพิ่มอีกปีละ 5 สาขา คาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 70 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มียอดขาย 15 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 100-200 ล้านบาทในปีต่อไป โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปี จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยม มูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ บริษัทฯใช้งบรวม 100 ล้านบาทในการทำตลาดและขยายสาขาโคล สโตน เน้นการสร้างแบรนด์และเพิ่มสินค้าใหม่ให้ผู้บริโภคได้รู้จักไอศกรีมโคล สโตนมากขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมี.ค.นี้เป็นต้นไป จะนำเมนูใหม่ไอศกรีมเค้ก เอกลักษณ์ของโคล สโตนมาทำตลาด 6 แบบ 6 รสชาติ และปลายปีจะเปิดตัวไอศกรีมคัพเค้กที่คิดขึ้นเองในประเทศไทย เป็นต้น

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน