posttoday
จับแนวโน้ม พฤติกรรม 2011 ผ่านสถิติ คำค้นฮอต กูเกิล

จับแนวโน้ม พฤติกรรม 2011 ผ่านสถิติ คำค้นฮอต กูเกิล

03 มีนาคม 2554

กูเกิล ได้เปิดข้อมูลไซต์ไกส์ (Zeitgeist) ซึ่งได้จากการสำรวจคำค้นหา ผ่านระบบการสืบค้นเพื่อให้ได้ข้อมูลในเชิงลึก

กูเกิล ได้เปิดข้อมูลไซต์ไกส์ (Zeitgeist) ซึ่งได้จากการสำรวจคำค้นหา ผ่านระบบการสืบค้นเพื่อให้ได้ข้อมูลในเชิงลึก

เห็นกระแสความนิยมและกระแสของสังคมในเรื่องต่างๆ เป็นการยืนยันว่าเสิร์ชเอ็นจิ้น, โซเชียลเน็ตเวิร์กและโมบาย อินเทอร์เน็ต คือสิ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

 

จับแนวโน้ม พฤติกรรม 2011 ผ่านสถิติ คำค้นฮอต กูเกิล

สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์เด่นชัด เช่น ด้านสังคมกรณีแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ การระดมทุนความช่วยเหลือผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กได้รับการตอบรับดียิ่งกว่าการเปิดรับโดยรัฐบาล แม้แต่น้ำท่วมในประเทศไทย การรวมกลุ่มของโซเชียลเน็ตเวิร์กก็ทำได้รวดเร็วกว่า โลกของอุตสาหกรรมก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ตัวอย่างประเทศที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งคือ เกาหลีใต้ ที่พัฒนาจากประเทศอุตสาหกรรมหนักมาสู่ความเป็นดิจิตอล ไลฟ์สไตล์และการออกแบบ เพราะนี่คือแนวโน้มสร้างมูลค่าในอนาคต ซึ่งในประเทศไทย เห็นแนวโน้มนี้ได้จากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ที่จากเดิมขายวัสดุเพื่อการก่อสร้าง ก็พัฒนามาเป็นบริษัท เอสซีจี ที่เน้นนวัตกรรมเป็นหลักมากกว่า

ทั้งนี้ สถาบันองค์ความรู้แห่งเอเชีย (เอเคไอ) ได้ต่อยอดผลไซต์ไกส์ ด้วยการสำรวจผู้บริโภคชาวไทย 600 คน อายุระหว่าง 16-40 ปี เป็นการขยายขอบเขตข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางให้กับองค์กรธุรกิจในการมองทิศทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อเตรียมรับความต้องการและการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประเด็นแรกคือเรื่องการศึกษาของไทย ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งต้องการให้มีการเพิ่มคุณภาพการศึกษาและครูผู้สอน รวมถึงต้องการเห็นการปรับปรุงหลักสูตรให้เน้นการปฏิบัติมากกว่าท่องจำ จุดนี้ได้สะท้อนให้รัฐบาลต้องมีการเร่งพัฒนามาตรฐานการศึกษาให้ดีขึ้น อีกทั้งคนไทย 50% ยอมรับว่าโรงเรียนกวดวิชาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยในการเตรียมตัวเข้าสอบและแข่งขันสอบเข้าศึกษาต่อ ดังนั้นธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาจึงยังมีแนวโน้มที่ดี แต่ก็ต้องพัฒนาให้มากขึ้นเช่นกัน

เรื่องการบริโภคข่าวสาร อินเทอร์เน็ตได้ก้าวกระโดดขึ้นมาโดยมีการบริโภค 86% เพื่อทันต่อเหตุการณ์ ติดตามได้อย่างใกล้ชิด เป็นรองเพียงโทรทัศน์เท่านั้น อีกทั้งยังมีการแบ่งปันข่าวสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นแนวโน้มที่บริษัทด้านสื่อต้องผลักดันตัวเองมาให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์

ด้านความบันเทิง ภาพยนตร์และดนตรีคือ สื่อบันเทิงหลักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ในมุมของธุรกิจ คนไทยเห็นว่าศิลปวัฒนธรรม 31% ภาพยนตร์ 22% และดนตรี 18% คือสื่อความบันเทิงหลักที่เป็นโอกาสทางธุรกิจของไทยที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดอินเตอร์ได้ง่ายที่สุด แสดงให้เห็นว่าศิลปวัฒนธรรมของไทยยังคงเป็นจุดแข็งอยู่ เพียงแต่ต้องพัฒนาด้านการนำเสนอให้มากขึ้น โดยสามารถศึกษากรณีจากเกาหลีใต้ได้

ด้านกีฬา มีการบริโภคข้อมูลกีฬาผ่านทางอินเทอร์เน็ต 43% มากกว่าโทรทัศน์ที่ 32% เพราะสามารถเลือกดูได้ตลอดเวลา อีกทั้งคนไทยยังมองว่ากีฬาที่ควรมีการสนับสนุนมากขึ้นคือ ฟุตบอล มวยไทย และเซปักตะกร้อ จุดนี้แสดงว่ากีฬาของไทยไม่เป็นรองประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะมวยไทยที่ควรผลักดันให้มีการฝึกอบรมอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับ กีฬาป้องกันตัวอื่นๆ เช่น เทควันโดหรือยูโด ที่เป็นของต่างประเทศ

ขณะที่ประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม คนไทยให้ความสนใจเรื่องของปัญหาโลกร้อนและยาเสพติด ในทางธุรกิจแล้ว สามารถหยิบเรื่องนี้มาเพื่อจัดเป็นบริการเพื่อสังคมหรือซีเอสอาร์ได้เช่นกัน

ส่วนการท่องเที่ยว คนนิยมหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตถึง 74% เท่ากับว่าธุรกิจท่องเที่ยวต้องมีการให้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต สามารถจองที่พัก มีระบบจ่ายเงินออนไลน์เพื่อให้บริการได้ทันที รวมถึงรูปแบบการทำธุรกิจท่องเที่ยวที่คนเริ่มให้ความสนใจการท่องเที่ยวเฉพาะทาง เช่น เชิงอนุรักษ์ เชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในทุกด้านอยู่แล้ว

ประเด็นสุดท้ายคือ ด้านเทคโนโลยี การใช้บริการผ่านออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งร้านค้าออนไลน์ การเสียภาษีออนไลน์ ระบบธนาคารออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ต้องเร่งสร้างบริการออนไลน์มารองรับความต้องการของผู้บริโภคซึ่งนอกจากจะให้บริการในประเทศได้แล้ว ยังเป็นช่องทางในการบุกออกต่างประเทศได้ด้วย ทั้งหมดคือโอกาสที่โลคอลแบรนด์ จะสามารถผลักตัวเองขึ้นเป็น แบรนด์ระดับภูมิภาคและแบรนด์ระดับโลกได้ หากรู้ทิศทางและก้าวเดินอย่างถูกต้อง

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน