
หุ้นไทยลบกังวลน้ำมันแพงฉุดเศรษฐกิจ
หุ้นปิดช่วงเช้าวันนี้(2มี.ค.)ที่ 988.05 จุด ลดลง 6.43 จุดหรือลดลง 0.65% ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดระหว่าง 986.46 จุด –992.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย12,762 ล้านบาท
หุ้นปิดช่วงเช้าวันนี้(2มี.ค.)ที่ 988.05 จุด ลดลง 6.43 จุดหรือลดลง 0.65% ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดระหว่าง 986.46 จุด –992.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย12,762 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ดีบีเอสวิคเคอร์สให้ความเห็นว่า ในวันนี้ตลาดมีความวิตกกับการเติบโตของเศรษฐกิจหลังราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นแรงอีกระลอก (+2.7 ถึง +3.6% เมื่อคืนนี้) ซึ่งน้ำมันแพงเป็นลบกับอุตสาหกรรมขนส่ง คือ เดินเรือ สายการบิน (THAI) แม้ว่าบริษัทจะมีการทำประกันความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันไว้แต่ก็เป็นบางส่วน รวมทั้งส่งผลลบกับอุตสาห
กรรมที่มีต้นทุนพลังงานเป็นสัดส่วนที่สูง 20-40% ซึ่งได้แก่ ยางมะตอย บริษัททิปโก้แอสฟัล์ส (TASCO), ปูนซีเมนต์ไทย (SCC)บริษัทปูนซิเมนต์นครหลวง(SCCC)บริษัททีพีไอโพรลีน(TPIPL),บริษัทผลิตกระเบื้องเซรามิค, แผ่นปาร์ติเกิ้ลและเอ็มดีเอฟ (VNG) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันสูงเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มก๊าซและน้ำมัน และเป็นบวกกับกลุ่มโรงกลั่น โดยจะทำให้มีกำไรจากสต็อกเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกกับหุ้นโรงกลั่น และเห็นว่าการอ่อนตัวเป็นจังหวะซื้อ โดยหุ้น แนะนำ ยังคงเป็นบริษัทไทยออยล์( TOP )(ราคาเป้าหมาย 1 ปีเท่ากับ 84 บาท)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ประการแรก เล่นตามสัญญาณระยะสั้น เช่น การซื้อตามด้วยค่าบวก (แบบเปิดไม่กระโดด แต่มี ปริมาณรับดีพอสมควร) แต่ไม่ควรหวัง กำไรมาก, ประการที่สองใจเย็นๆ รอซื้อเมื่อลงแรง เป้าหมายแนวรับ 970-960, 940 หรือต่ำกว่า / รอซื้อเมื่อมีสัญญาณบวกชัดว่า ดัชนีจะขึ้นไปทดสอบ 1050หรือสูงกว่า คือ ดัชนียืนเหนือ 1010, หรือ 3) ซื้อ/ถือหุ้น ปันผลสูง เพื่อขายทำกำไรก่อน XD หรือถือเพื่อรับเงินปันผลระยะยาวกรณีที่ต้นทุนต่ำและจ่ายปันผลดีสม่ำเสมอ สำหรับมุมมองทางเทคนิค ระยะสั้นๆ แนะนำซื้อเก็งกำไรเมื่อ
ดัชนียืนเหนือ 980 โดยมีแนวต้านที่คาดหวัง 1000-1010 แต่ถ้าหลุด 980 ก็ควรลดพอร์ตตาม







