
MIDA กำไรพุ่งแต่เสี่ยง
ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขต่องบการเงินรายปีปี 2553 ของไมด้าว่ายังไม่สามารถประเมินผลขาดทุนจากเงินลงทุนระยะยาวได้เพราะมีข้อพิพาทระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้น ขณะที่บริษัทแจ้งกำไรพุ่ง 849%
ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขต่องบการเงินรายปีปี 2553 ของไมด้าว่ายังไม่สามารถประเมินผลขาดทุนจากเงินลงทุนระยะยาวได้เพราะมีข้อพิพาทระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้น ขณะที่บริษัทแจ้งกำไรพุ่ง 849%
นายบุญเลิศ แก้วพันธุ์พฤกษ์ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขทะเบียน 4165บริษัท บีพีอาร์ ออดิท แอนด์ แอดไวเซอรี่ ได้แสดงความเห็นในงบการเงินของบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท(MIDA)ว่า
ตามที่กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 19 และ 31 บริษัทยังไม่สามารถประเมินผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากเงินลงทุนระยะยาวอื่นในบริษัทสมุย เพนนินซูลา จำกัด บริษัท ฮอทสปริง จำกัดและบริษัท ภูเก็ต เพนนินซูลา จำกัด ซึ่งมีราคาทุนจำนวน 650 ล้านบาท ตามที่ปรากฏในงบดุลเฉพาะบริษัทและจำนวน 609 ล้านบาทตามที่ปรากฎในงบดุลรวม เนื่องจากข้อพิพาทระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวยังไม่ยุติ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบเกี่ยวกับความถูกต้องของมูลค่าของเงินลงทุนดังกล่าวได้ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
ยกเว้นผลกระทบของรายการปรับปรุงที่อาจจำเป็นต่องบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2553 หากสามารถตรวจสอบความถูกต้องของมูลค่าเงินลงทุนระยะยาวอื่น ตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปตามที่กล่าวในวรรคก่อน งบการเงินข้างต้นแสดงฐานะการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ผลการดำเนินงานรวมและกระแสเงินสดรวม สำหรับปีสิ้นสุดวันเดียวกันของMIDA และบริษัทย่อย และฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดของบริษัท โดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป
เนื่องจากข้อพิพาทตั้งแต่ปี 2550 คดีฟ้องร้องระหว่างบริษัทกับกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่ง (บริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด) ทำให้บริษัทยังคงไม่ได้รับงบการเงินตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน ของ บริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด บริษัท ฮอทสปริง จำกัด และบริษัท ภูเก็ตเพนนินซูลา จำกัด เพื่อพิจารณาความถูกต้องของเงินลงทุนในบริษัท ซึ่งถือเป็นการถูกจำกัดขอบเขตโดยสถานการณ์
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552 ได้มีมติให้โอนเงินลงทุนนี้ไปเป็นเงินลงทุนทั่วไปเพื่อรอการขาย เนื่องจากข้อพิพาทที่ยังไม่ยุติมาตั้งแต่ปี 2550 ระหว่างบริษัท กับกรรมการท่านหนึ่งของ บริษัท สมุย เพนนินซูลา จำกัด และเป็นกรรมการของ บริษัท ฮอท สปริง จำกัด และ บริษัท ภูเก็ตเพนนินซูลา จำกัด ทำให้บริษัทไม่สามารถใช้อำนาจควบคุมบริษัทย่อย และไม่มีอิทธิพลอย่างมีสาระสำคัญต่อบริษัทร่วมอีกต่อไป
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ตามความคืบหน้าของคดีข้อพิพาทที่กล่าวในหมายเหตุข้อ 31 บริษัทยังไม่สามารถประเมินผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากเงินลงทุนระยะยาวอื่นดังกล่าวได้ เนื่องจาก ข้อพิพาทระหว่างบริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าวยังไม่ยุติ
ขณะที่นางสาวรุ่งระวี เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ MIDA แจ้งงบการเงินประจำปี 2553 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 849%จากปี 2552 เป็น 71.2ล้านบาททั้งที่รายได้เพิ่มขึ้นเพียง19.5%เป็น1,584.8 ล้านบาท เพราะบริษัทไมด้า ลิสซิ่ง รับรู้กำไรเพิ่มขึ้นมากตามการขยายสินเชื่อตั้งแต่ไตรมาส3ปี2552 ทำให้พอร์ตลูกหนี้ขายเช่าซื้อมีมูลค่าสูงขึ้นทำให้บริษัทรับรู้รายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อมากขึ้นตามลำดับ
บริษัทรับรู้รายได้ของบริษัทไมด้า ลิสซิ่ง โดยขายทรัพย์สินรอการขาย(รถยึดขาดทุนลดลงเนื่องจากตลาดรถยนต์ใหม่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรในรอบ2-3ปีที่ผ่านมาทำให้รถยนต์มือสองลดลงตามยอดขายรถยนต์ใหม่ทำให้ราคาสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด ส่งผลให้ขาดทุนจากการขายทรัพย์สินรอการขายลดลง โดยในปี 2552มีผลขาดทุน 33.52 ล้านบาทเทียบขาดทุนในปี 2553 มูลค่า 4.75ล้านบาท โดยลดลง 28.77 ล้านบาทหรือ 85.83%







