
คลังแก้ตัวคืนภาษีช้า
กรมสรรพากร ขอชี้แจงเหตุคืนภาษีเงินได้ล่าช้า เพราะรัฐเพิ่มให้ประเภทการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามากขึ้น รัฐไม่ได้ขาดกระแสเงินสด
กรมสรรพากร ขอชี้แจงเหตุคืนภาษีเงินได้ล่าช้า เพราะรัฐเพิ่มให้ประเภทการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามากขึ้น รัฐไม่ได้ขาดกระแสเงินสด
นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ในปีนี้ ที่ถูกประชาชนร้องเรียนว่าคืนให้ช้ากว่าปกติ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาก เป็นเพราะในปีภาษีที่ผ่านมามีการออกมาตรการภาษีใหม่หลายมาตรการ ส่งผลให้ผู้เสียภาษีได้รับสิทธิในการขอคืนภาษีเพิ่มขึ้น
สำหรับสิทธิใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ได้แก่ ภาษีเพื่อช่วยเหลือคนพิการ ภาษีบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ จึงส่งผลทำให้ขณะนี้มีผู้ยื่นแบบและขอคืนภาษีไว้สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 4.91%
การขอคืนภาษีส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีดังกล่าวซึ่งเป็นเรื่องใหม่ เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะดำเนินการคืนภาษี อาจส่งผลให้มีการคืนภาษีล่าช้าออกไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันกรมสรรพากรได้ดำเนินการคืนภาษีให้ผู้ที่ขอคืนไปแล้วจำนวน 3.51 แสนราย ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 8.6% โดยจะมีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารวมประมาณ 9 ล้านคน
ทั้งนี้ กรมสรรพากรขอชี้แจงว่า โดยหลักการแล้วกรมจะเร่งดำเนินการคืนภาษีให้แก่ผู้ที่ชำระภาษีไว้เกินกว่าที่จะต้องเสียจริงอย่างเร็วที่สุดและสะดวกที่สุด โดยผู้ที่ยื่นแบบและขอคืนภาษีทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับภาษีคืนภายใน 15 วัน
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สายด่วนกรมสรรพากรถูกประชาชนโทรศัพท์มาต่อว่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ขอหักค่าลดหย่อนเพิ่มจากเดิมที่รัฐให้ ไม่ได้ขอคืนภาษีท่องเที่ยว ภาษีลูกกตัญญู ก็โดนเรียกเอกสารเพิ่มทุกชิ้น ทั้งที่เป็นเอกสารเดิมที่เคยขอหักค่าลดหย่อนในปีที่แล้ว
เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ที่ได้คืนภาษีช้าจะเป็นผู้ที่ได้ภาษีคืนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป ทำให้ประชาชนที่หวังนำเงินคืนภาษีไปใช้จ่ายไม่พอใจและข้องใจว่ากรมสรรพากรไม่มีเงินสดคืนให้กับประชาชนหรือไม่
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การที่กรมสรรพากรต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพราะได้เคยตรวจพบการทุจริตขอคืนภาษีทางอินเทอร์เน็ต
สำหรับการทุจริตมี 2 ลักษณะ ในลักษณะแรก มีคนไปรวบรวมกลุ่มคนมายื่นแบบขอคืนภาษี และให้กรมสรรพากรสั่งจ่ายเช็คบ้านเลขที่เดียวกัน ซึ่งเป็นพิรุธทำให้กรมสรรพากรตรวจพบการทำทุจริต ส่วนลักษณะที่ 2 เป็นผู้ประกอบการมีคนงานอยู่ในบริษัท ก็ใช้ชื่อของลูกจ้างแจ้งรายได้รายจ่ายเป็นเท็จเพื่อขอคืนภาษีกับกรมสรรพากร
การทุจริตที่กรมสรรพากรเคยจับได้เมื่อปี 2549 คิดเป็นจำนวนรายผู้เสียภาษี 1 หมื่นกว่าราย เป็นการดำเนินการของกลุ่มคนประมาณ 10 กลุ่ม มีมูลค่าภาษีที่ขอคืนทุจริต 43 ล้านบาท และยังมีการตรวจพบผู้กระทำทุจริตเป็นระยะ
ทั้งนี้ ผู้ขอคืนภาษีทุจริตส่วนใหญ่ถูกชักชวนว่าจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 500 บาท แลกกับการให้ชื่อกลุ่มคนนำไปใช้ขอคืนภาษีจากกรมสรรพากร ซึ่งการขอคืนภาษีแต่ละรายเป็นเงินจำนวนไม่มาก 35 พันบาทต่อคน และผู้เสียภาษีเป็นคนที่ยื่นและชำระภาษีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล







