
บทเรียนธรรมที่ 3 สังคหวัตถุ 4 กับธุรกิจครอบครัว
ในบทความคราวที่แล้วผมได้เขียนถึงเรื่องธรรมคือ พรหมวิหาร 4 ซึ่งประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งเป็นธรรมะที่เจ้าของธุรกิจครอบครัว
ในบทความคราวที่แล้วผมได้เขียนถึงเรื่องธรรมคือ พรหมวิหาร 4 ซึ่งประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งเป็นธรรมะที่เจ้าของธุรกิจครอบครัว
หรือผู้บริหารธุรกิจครอบครัวหรือสมาชิกในธุรกิจครอบครัวควรจะนำมาเป็นหลักในการปฏิบัติ การปฏิบัติตามพรหมวิหาร 4 นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปฏิบัติจะต้องมีศีล สมาธิ และปัญญา พอสมควร หรือเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติธรรมมาแล้ว และพรหมวิหาร 4 ก็จะนำไปสู่ความยั่งยืน ความรักสามัคคี ในการบริหารธุรกิจครอบครัวได้เป็นอย่างดี ส่วนหลักธรรมที่จะกล่าวต่อไปคือ สังคหวัตถุ 4 ที่ท่านอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ ได้ให้ แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอีกเช่นกัน แต่เป็นธรรมะที่สามารถนำมาใช้กับสมาชิกในครอบครัวเพื่อเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ซึ่งสังคหวัตถุ 4 นั้นเป็นหลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่น เป็นการผูกไมตรีเอื้อเฟื้อเกื้อกูลหรือเป็นการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างความสามัคคีของสมาชิกในครอบครัว หลัก 4 ประการที่เป็นหลักของสังคหวัตถุมีอยู่ด้วยกัน 4 ข้อใหญ่ๆ ผมได้นำมาจากหนังสือพุทธบริหารของพระอาจารย์มหาบุญมี มาลาวชิโร
1.ทาน ซึ่งหมายถึง การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ถ้าหากสมาชิกในครอบครัวมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ดูแลสมาชิกในครอบครัว ทุกอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก็ย่อมจะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนที่ทำธุรกิจครอบครัวมีความรักและสามัคคีกัน
ถ้าหากเราแยกหลักสังคหวัตถุเรื่องทานนั้น เป็นการให้หรือแบ่งปันหรือช่วยเหลือนั้น ในทางพุทธศาสนาก็อาจจะแบ่งทานออกเป็น 3 แบบคือ
(1) อมิสสทาน หมายถึง การให้วัตถุสิ่งของแก่เพื่อนร่วมงานหรือมีการ Compensation หรือ Benefit ต่างๆ ให้ความช่วยเหลือกับสมาชิกในครอบครัว หรือ
(2) การให้วิทยาทานหรือธรรมทาน ในการให้คำแนะนำที่ดีหรือสอนวิธีการทำงานที่ถูกต้องให้กับสมาชิกในครอบครัวได้รับรู้ความรู้ทางธรรมด้วย และ
(3) การให้อภัยทาน คือ การให้อภัยเมื่อเกิดข้อพิพาทในการทำงานซึ่งมีความสำคัญมากกว่า การเป็นสมาชิกในครอบครัวอาจจะมีความผิดพลาดก็น่าจะยกโทษให้กันและกัน
2.ปิยวาจา คือ การพูดจาไพเราะ น่ารัก น่านิยม นับถือ การที่สมาชิกในครอบครัวพูดจาไพเราะ น่ารัก ก็จะสามารถครองใจคน น่านับถือ เป็นการสื่อสาร หรือ Communication ซึ่งกันและกัน การสื่อสาร การเข้าใจ การยกย่อง คล้ายๆ กับลักษณะของมุทิตา ก็ย่อมจะทำให้สมาชิกในครอบครัวมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ลูกจ้างก็มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ก็ย่อมจะเป็นสิ่งที่ดี
3.อัตถจริยา ก็คือ การทำตัวหรือประพฤติให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อันหมายความว่า สมาชิกในครอบครัวควรจะทำประโยชน์ต่อกัน ต่อส่วนรวมด้วย เป็นการมีความรับผิดชอบทั้งส่วนรวมและสังคม ซึ่งก็จะทำให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว
4.สมานัตตา ซึ่งหมายความถึงการทำตัวเองให้เป็นคนสม่ำเสมอหรือการทำตัวให้เข้ากันได้ ด้วยการร่วมสุข ร่วมทุกข์กัน มีความเสมอภาคและต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ย่อมสร้างความสามัคคีให้กับสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
หลักธรรมสังคหวัตถุ 4 ประการดังที่กล่าวมาแล้วนั้น พระอาจารย์มหาบุญมีได้บอกว่า มีผู้ประพันธ์กลอนไว้ว่า โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ประชาชน วางตนเสมอ การนำธรรมมาประยุกต์ในการวางแผนจัดการธุรกิจครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่น่าจะนำมาพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง ผมเองยังคิดว่าหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 เองก็ควรจะนำมาเป็นแนวทางในการกำหนดอบรมสมาชิกในครอบครัวให้มีความรักสามัคคีและกำหนดไว้ในธรรมนูญครอบครัวได้เป็นอย่างดี
บทเรียนธรรมตอนสุดท้ายนี้เป็นประสบการณ์จากการปฏิบัติธรรมชั้นประถมที่ผมไปได้มาในต้นปีที่ผ่านมาจากท่านอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ และถ้ามีโอกาสผมคงจะนำกลับมาเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ธรรมกับการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จึงหวังว่าสมาชิกในธุรกิจครอบครัวใดที่ต้องมีการสื่อสาร มีการประชุมกัน โดยการจัดอบรมธรรมนั้น เพื่อให้มีศีล สมาธิ ปัญญา ที่ดีสำหรับสมาชิกในครอบครัว น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรจะนำมาปฏิบัติ การรวมตัวกันปฏิบัติธรรมที่จะเป็นประโยชน์ระยะสั้นและระยะยาวกับชีวิตและเรื่องอื่นๆ เป็นอย่างยิ่ง การวางแผนธุรกิจครอบครัวรวมทั้งการวางแผนธรรมะกับชีวิตนั้น เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ ธรรมะสวัสดีครับ







