
อุ้มดีเซลได้อีกแค่2เดือน
นับถอยหลังกองทุนน้ำมันฯอุ้มดีเซล หลังรัฐควักจ่ายอีกลิตรละ 50 สต. ส่งผลให้ต้องใช้เงินวันละ 247 ล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนเหลือ1.5หมื่นล้านบาทชดเชยได้อีกไม่เกิน2เดือน
นับถอยหลังกองทุนน้ำมันฯอุ้มดีเซล หลังรัฐควักจ่ายอีกลิตรละ 50 สต. ส่งผลให้ต้องใช้เงินวันละ 247 ล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนเหลือ1.5หมื่นล้านบาทชดเชยได้อีกไม่เกิน2เดือน
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติการเพิ่มอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอีกลิตรละ 50 สต./ลิตร จากปัจจุบันชดเชยราคาอยู่ 4 บาท/ลิตร เพื่อพยุงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ส่งผลให้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิจากการอุดหนุนราคามีเงินไหลออกเพิ่มเป็นวันละ 247 ล้านบาท จากเดิมวันละ 220 ล้านบาท โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯไปแล้ว 8,070 ล้านบาท
ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯมีเงินสดอยู่ที่ระดับ 2.16 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่รวมกับภาระในการสนับสนุนก๊าซธรรมชาติในรถยนต์(เอ็นจีวี) จากโครงการปรับเปลี่ยนถังเอ็นจีวีในรถแท็กซี่ วงเงิน 1,200 ล้านบาท และการอุดหนุนราคาเอ็นจีวี กิโลกรัมละ 2 บาทวงเงิน 4,500 ล้านบาทรวมเป็น 5,700 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้มีการเบิกจ่าย ดังนั้นหากประเมินฐานะกองทุนน้ำมันฯจริงๆจะมีเงินเหลืออยู่ระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะชดเชยราคาดีเซลได้ไม่เกิน 2 เดือน
"ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับสูงขึ้นต่อเนื่องโดยราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 107 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ อยู่ที่ 124 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันอยู่ในระดับที่ต่ำจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการชดเชยราคา เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกเกิน 30 บาท"นพ.วรรณรัตน์กล่าว







