
ต่อยอดงานวิจัย สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ลำไยอบกรอบ-ชาลำไย
สินค้าของเราเกิดขึ้นจากฝีมือคนไทย 100% ทั้งวัตถุดิบที่ใช้ลำไยในท้องถิ่น ไม่มีการนำเข้า โดยได้ทำสัญญาซื้อขายกับเกษตรกรไว้ รับซื้อในราคายุติธรรม ช่วยเกษตรกรระบายสินค้า...
สินค้าของเราเกิดขึ้นจากฝีมือคนไทย 100% ทั้งวัตถุดิบที่ใช้ลำไยในท้องถิ่น ไม่มีการนำเข้า โดยได้ทำสัญญาซื้อขายกับเกษตรกรไว้ รับซื้อในราคายุติธรรม ช่วยเกษตรกรระบายสินค้า...
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ปัญหาลำไยล้นตลาดคงเป็นปัญหาที่หลายคนได้ยินได้ฟังมาทุกปี ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากผลผลิตออกมาในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก แต่ความต้องการซื้อมีน้อย ประกอบกับลำไยเน่าเสียง่าย ทำให้ชาวสวนต้องยอมขายในราคาต่ำ หรือยอมทิ้งบ้างบางส่วนเพื่อให้พอมีรายได้
แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการหลายกลุ่มพยายามนำวัตถุดิบชนิดนี้มาผลิตเป็นสินค้าที่หลากหลาย โดยหยิบจุดเด่นเรื่องสรรพคุณเพื่อสุขภาพ มาทำเป็นสินค้าขายให้แก่ผู้บริโภคในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการถนอมอาหารและช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับลำไย
จาตุพงศ์ วาฤทธิ์ ที่ปรึกษา บริษัท คริสปี้ เวจ แอนด์ ฟรุต ผู้ผลิตสินค้าลำไยอบกรอบและชาลำไย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ทำวิจัยตลาดลำไยอบแห้งมาตลอด พบว่าค่อนข้างมีปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากสินค้าไม่มีความหลากหลายผู้ผลิตส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นส่งออกไปที่ตลาดจีนเพียงที่เดียว บริษัทจึงคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเพื่อผลิต ลำไยอบกรอบ ออกวางตลาด โดยตั้งแนวทางให้เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ และวางแผนจะขายไปยังตลาดทั่วโลก สร้างความแตกต่างกับสินค้าที่มีอยู่เดิม
จุดเด่นของลำไยอบกรอบนี้ มีลักษณะกรอบเหมือนการทอด เนื่องจากผ่านวิธีการผลิตโดยเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นเอง รสชาติและกลิ่นยังคงความเป็นลำไยได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสรรพคุณที่อยู่ในลำไยก็ไม่ได้หายไปด้วย ทำให้สินค้าได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมาก
ตั้งแต่เริ่มต้นคิดค้นเทคโนโลยีและผลิตสินค้าก็ได้ทดลองตลาดมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ทั้งการออกงานแสดงสินค้า ส่งตัวอย่างสินค้าไปให้ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศชิม ได้นำคำแนะนำต่างๆ มาปรับปรุง พัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์จนเกิดความลงตัว โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (เอ็นไอเอ) ในการสร้างธุรกิจเชิงนวัตกรรม ซึ่ง เอ็นไอเอให้การสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน คำแนะนำด้านการตลาด จนสินค้าได้รับรางวัลที่ 2 ในสาขา Food Design จากเอ็นไอเอ ประจำปี 2553
หลังจากนั้นจึงเริ่มนำเข้าวางขายในเชิงพาณิชย์เมื่อเดือน ธ.ค. 2553 ตั้งเป้าหมายจะเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มที่ชื่นชอบสินค้าเพื่อสุขภาพจากทั่วโลก ช่วงแรกจะเน้นตลาดที่อยู่ใกล้เมืองไทยก่อน เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน เนื่องจากแนวโน้มของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพค่อนข้างมาแรง กลุ่มสินค้าที่เป็นผลไม้อบกรอบเพื่อสุขภาพก็ยังมีน้อย สินค้าลำไยอบกรอบจึงจะเข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
“สินค้าของเราเกิดขึ้นจากฝีมือคนไทย 100% ทั้งวัตถุดิบที่ใช้ลำไยในท้องถิ่น ไม่มีการนำเข้า โดยได้ทำสัญญาซื้อขายกับเกษตรกรไว้ รับซื้อในราคายุติธรรม ช่วยเกษตรกรระบายสินค้า และเข้าไปช่วยยกระดับการเพาะปลูกให้ได้มาตรฐาน ส่วนเทคโนโลยีก็พัฒนาขึ้นมาเอง ใช้เวลานานกว่า 4-5 ปี จึงสำเร็จออกมาเป็นสินค้าชนิดนี้”
ขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาสินค้าอีกชนิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน คือ ชาลำไย นำลำไยอบกรอบผ่านวิธีการบดละเอียดเป็นผง นำมาชงกับน้ำร้อน รับประทานเป็นชาร้อนกลิ่นลำไย ที่มีความหวานจากธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งพาสารปรุงแต่งรสชาติ เมื่อนำมากินก่อนนอนจะช่วยคลายเครียด และ ทำให้นอนหลับสบาย หรือรับประทานร่วมกับคุกกี้ ยามบ่ายเป็นอาหารว่างก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้กำลังจะเริ่มวางตลาดในรูปแบบขวด และจะพัฒนาให้เป็นแบบซองพร้อมชงด้วย เพื่อความสะดวกในการรับประทาน
ช่องทางการจำหน่ายสินค้า ตอนนี้เน้นการ ขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย ส่วนใหญ่ที่สนใจสินค้าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการทำธุรกิจและมีคอนเนกชันกับลูกค้าต่างประเทศอยู่บ้าง จึงเป็นโอกาสในการเปิดตลาดที่ดี
ขณะนี้มีตัวแทนจำหน่ายที่เข้ามาติดต่อประมาณ 5-6 ราย และจากการหาลูกค้าเองประมาณ 3-4 ราย โดยในกรุงเทพฯ มีการนำไปวางขายอยู่ตามร้านกาแฟบ้าง เพราะลำไยอบกรอบกินกับกาแฟก็อร่อยดี ส่วนแผนการนำไปวางขายในห้างสรรพสินค้าอยู่ระหว่างการติดต่อ และลูกค้าก็สามารถเข้ามาสั่งซื้อโดยตรงได้
ด้านตลาดต่างประเทศขยายไปค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นตลาดที่ไม่เคยคิดมาก่อน เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย เป็นต้น ลูกค้านิยมนำลำไยอบกรอบ ไปผสมกินกับซีเรียลอาหารเช้า และนำไปขายในธุรกิจฟิตเนส เนื่องจากลำไยเป็นผลไม้เพิ่มพลังงาน จุดนี้เป็นข้อดีของการขยายตลาดผ่านตัวแทนจำหน่าย เพราะแต่ละคนก็มีความสามารถในการสร้างตลาดใหม่ๆ ที่แตกต่างกันไป ทำให้ตลาดที่ได้มาค่อนข้างหลากหลาย
ในอนาคตเมื่อตลาดเริ่มอยู่ตัวแล้ว จะพัฒนาสินค้าประเภทอื่นๆ ที่ผลิตจากผลไม้ท้องถิ่นหรือสมุนไพรไทย เนื่องจากวัตถุดิบในเมืองไทยมีคุณภาพ โดยในระยะสั้นจะมุ่งเน้นทำเรื่องลำไยและสินค้าที่ใช้ลำไยเป็นวัตถุดิบก่อน ระยะยาวจะค่อยๆ ขยายไปสู่วัตถุดิบชนิดอื่น รวมถึงจะขยายตลาดให้ได้มากกว่านี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยต้องการจะให้มีสัดส่วนที่ 50-50 จากปัจจุบันที่เน้นการส่งออกกว่า 90% เพราะตลาดเมืองไทยหาผลไม้สดกินง่าย แต่ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนตลาดในเมืองไทย เพราะอยากให้คนไทยได้กินของดีมีคุณภาพที่ผลิตจากคนไทยเอง
จาตุพงศ์ กล่าวว่า สินค้าดังกล่าวถือเป็นสินค้านวัตกรรมรูปแบบใหม่ และที่ต้องให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมผสมเข้ามากับการผลิต เพราะปัจจุบันการทำธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ผู้ผลิตจำเป็นต้องหาความแปลกใหม่ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันให้กับผู้บริโภค และการผลิตสินค้าใหม่ๆ ขึ้นมา ก็เป็นการสร้างการแข่งขันใหม่ เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการรายใหม่ที่ไม่ต้องไปแข่งกับสินค้าพื้นฐานเดิมที่มีอยู่
“คู่แข่งในตลาดยังมีน้อย เพราะตลาดเพิ่งเกิดใหม่ เรามองว่าคู่แข่งเป็นผู้ช่วยขยายตลาดมากกว่า ยิ่งเขาสร้างให้เกิดกระแสการกินผลไม้อบกรอบเพื่อสุขภาพได้มากเท่าไหร่ สินค้าเรา|ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย และสินค้าส่วนใหญ่ก็มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว และของเราจับตลาดทั่วทั้งโลก ไม่ได้เฉพาะในประเทศ”จาตุพงศ์ กล่าว
เห็นความตั้งใจดีของผู้ประกอบการไทยแบบนี้ เชื่อว่าคนไทยด้วยกันเองก็คงจะช่วยสนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาคนไทยด้วยกันอีกแรง เพื่อเป็นกำลังใจให้พัฒนาสินค้าใหม่ๆ ต่อไป
สนใจสอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่โทร. 053-120-400 และ 08-1288-6225 หรือ http://crispyvegandfruit.com







