posttoday
กนร.ไฟเขียว การเคหะ ขยายสินเชื่อ 2,240 ล.

กนร.ไฟเขียว การเคหะ ขยายสินเชื่อ 2,240 ล.

25 กุมภาพันธ์ 2554

กนร.ไฟเขียว การเคหะ ขยายวงเงินสินเชื่อ 2,240 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้เน่าคืนจากประชาชน พร้อมเสนอแผนพลิกฟื้นองค์กร หวังทำกำไรได้ในปี 2556 

กนร.ไฟเขียว การเคหะ ขยายวงเงินสินเชื่อ 2,240 ล้านบาท เพื่อซื้อหนี้เน่าคืนจากประชาชน พร้อมเสนอแผนพลิกฟื้นองค์กร หวังทำกำไรได้ในปี 2556 

นายไตรรงค์  สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี  ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ  ( กนร. ) มีมติ ให้การเคหะแห่งชาติ ( กคช.) ดำเนินการซื้อทรัพย์สินของประชาชนที่ถูกธนาคารยึดเพราะไม่สามารถชำระหนี้ได้เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น  และให้ขยายวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนจากสถาบันการเงินเพิ่มเติมจากเดิม 780 ล้านบาท เป็น 2,240 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้ออาคารคืนจากสถาบันการเงิน ในกรณีที่ผู้ซื้อขาดชำระติดต่อกัน 3 เดือน โดยรัฐรับภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการซื้อคืนแทน กคช.

รวมทั้งการอุดหนุนเงินชดเชยดอกเบี้ยเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นจากหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ยังไม่สามารถขายได้ตามจำนวนดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริง จำนวน 297 ล้านบาท

ทั้งนี้ กนร. ยังอนุมัติให้ กคช.ดำเนินการตามแผนพลิกฟื้นองค์กร แบ่งเป็น 4 แผน ดังนี้คือการบริหารจัดการโครงการที่ขายยากแบบยกโครงการ โดยให้มีการประเมินราคา  เร่งก่อสร้างและขาย  ปรับเปลี่ยนเป็นอาคารเช่า  , ขายที่ดินของกคช.จำนวน 76 โครงการบนเนื้อที่ 4,700 ไร่  ให้เอกชนนำไปพัฒนาต่อ  , เพิ่มมูลค่าให้สินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม ลดรายจ่ายในองค์กร และพลิกฟื้นฐานะทางการเงินของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปี  2554- 2558 โดยแยกบทบาทเชิงสังคม พาณิชย์ ออกจากกัน เพื่อให้ กคช.สามารถมีกำไรได้ตั้งแต่ปี  2556

" กคช.ได้รายงานความเป็นมาของโครงการเอื้ออาทร ตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  และเริ่มประสบภาวะการขาดทุนในปี 2550 และ ปี 2551 เป็นจำนวน 1,264 ล้านบาท และ 1,090 ล้านบาท โดยมีหนี้สินจำนวน  8.7 หมื่นล้านบาท และหนี้เงินกุ้เพื่อชำระหนี้ จำนวน 4.39 หมื่นล้านบาท " นายไตรรงค์กล่าว

นอกจากนี้  สคร.ได้เสนอแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่กำลังประสบปัญหา กรณีของบริษัท ไม้อัดไทย  (มอท.) ที่ถือหุ้นโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งมีปัญหาเรื่องขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง ผลประกอบการขาดทุนเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2541 และมีหนี้สินค้างชำระอีกกว่า 400 ล้านบาท

จึงเห็นควรให้ มอท.ร่วมทุนกับภาคเอกชน ในสัดส่วน 49 : 51 โดย มอท.จะนำเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมทั้งตราสินค้า “ช้างสามเชือก” ตีมูลค่าเป็นเงินลงทุนและขายให้บริษัทร่วมทุนในวงเงินประมาณ 100-150 ล้านบาท สำหรับที่ดินของที่ตั้งโรงงานจำนวนประมาณ 133 ไร่ จะให้เช่ากำหนดระยะเวลา 30 ปี คิดค่าเช่าเริ่มต้นประมาณ 17 ล้านบาทต่อปี และปรับเพิ่มทุก 3 ปี

" ที่ประชุมมีมติให้ สคร. และกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ไปพิจารณาแก้ไขปัญหาขาดทุนของ มอท. โดยให้จัดทำแนวทางการจัดการสินทรัพย์ หนี้สิน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพนักงานของ มอท. และให้กลับมานำเสนอในที่ประชุม กนร. ภายใน 3 เดือน  " นายไตรรงค์กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี