
ปตท.สั่งควบ2บริษัทลูก
PTTAR-PTTCH อันดับ4ของตลาดบ้านปูกำไรพุ่ง73%
PTTAR-PTTCH อันดับ4ของตลาดบ้านปูกำไรพุ่ง73%
บอร์ด PTT อนุมัติควบรวม PTTARPTTCH ดันมาร์เก็ตแคปแตะ 3 แสนล้าน ใหญ่อันดับ 4 ในตลาดหุ้น “บ้านปู” กำไรพุ่ง 73% หุ้นดิ่งลิเบียยังเดือด
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ผลการประชุมคณะกรรมการ PTT วันที่ 24 ก.พ. ได้มีมติให้มีการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) และบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) บริษัทในเครือ PTT
ทั้งนี้ คาดว่ากระบวนการรวมกิจการจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่ง PTT อยู่ระหว่างทำแผนการควบรวมกิจการบริษัทในเครือในธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่มีสายการผลิตใกล้เคียงกัน เพื่อลดต้นทุนการทำธุรกิจ
ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการ PTT เปิดเผยว่า บอร์ด PTT อนุมัติให้ควบรวมกิจการระหว่าง PTTAR และ PTTCH เรียบร้อยแล้ว โดยใช้วิธีตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา แล้วแลกหุ้นกับบริษัทเดิม ซึ่งบริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นจะมีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 3 แสนล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในตลาดหลักทรัพย์
การควบรวมกิจการดังกล่าวเป็นไปตามแนวโน้มของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีขนาดใหญ่ของโลกที่มีการควบรวมกิจการกันมากขึ้น ช่วยสร้างความสนใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น
สำหรับข่าวการควบรวม ไม่กระตุ้นการลงทุนหุ้นทั้งสองตัว แต่กลับปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโดยรวมที่ปรับตัวลง 13 จุด และราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นจากการต่อต้านผู้นำลิเบีย มีผลให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น
หุ้น PTTCH ปิดตลาดที่ 145 บาทลดลง 4.50 บาท และ PTTAR ปิด 37.25 บาท ลดลง 1.75 บาท
บริษัท บ้านปู (BANPU) รายงานผลดำเนินงานปี 2553 มีกำไรสุทธิ 2.47 หมื่นล้านบาท กำไรต่อหุ้น 91 บาท เพิ่มขึ้น 10,498 ล้านบาท หรือโต 73% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14,229 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 52.36 บาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบ้านปูมีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 8 บาท สำหรับผลดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังของปี 2553 รวมทั้งปีจ่าย 21 บาท
ด้านบริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) ปี 2553 กำไรสุทธิ 5,715.51 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.91 บาท เพิ่มขึ้น 1,528.43 ล้านบาท ดีขึ้น 36.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 4,187.08 ล้านบาทกำไรต่อหุ้น 2.86 บาท
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 24 ก.พ.ที่ 977.22 จุด ลดลง 13.69 จุด หรือ1.38% มูลค่าการซื้อขาย 32,803 ล้านบาท ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,116 ล้านบาท สถาบันขายสุทธิ 828 ล้านบาทบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 807ล้านบาท รายย่อยรายใหญ่ซื้อสุทธิ 519 ล้านบาท
ดัชนีตลาดที่ปรับตัวลงเกิดจากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ในลิเบีย ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและอาจทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอยได้







