
เกษตรยันมี.ค.ปาล์มพอ
น้ำมันปาล์มออกมา1แสนตัน ใช้ได้ทั้งบริโภคทำไบโอดีเซล
โพสต์ทูเดย์
— เกษตรฯ แจงผลผลิตปาล์ม มี.ค. คาด 1 ล้านตัน เป็นน้ำมันปาล์มกว่า 1 แสนตัน มากพอบริโภคและทำไบโอดีเซล ยันทั้งปีผลิต 10 ล้านตันนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) เปิดเผยว่า สศก.ได้ให้เจ้าหน้าที่ของพื้นที่สำรวจแหล่งผลิตปาล์มใน 6 จังหวัดภาคใต้ที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงไปนับตามสวนดูเลยว่าปริมาณปาล์มจะออกเท่าไหร่ จากปริมาณดอกปาล์มที่ออกขณะนี้ คาดเดือน มี.ค. ผลผลิตจะอยู่ที่ 9 แสน1 ล้านตัน จากนั้นผลผลิตจะทยอยออกตลาดประมาณเดือนละ 1 ล้านตันผลปาล์มดิบ นำไปผลิตน้ำมันปาล์มได้ 11.2 แสนตันต่อเดือน จนถึงเดือน ก.ย. และผลผลิตจะลดลงตามลำดับเหลือเฉลี่ยเดือนละ 8 แสนตันผลปาล์มดิบ
“
ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มเดือนละ 1 แสนตัน มากพอใช้บริโภคและทำไบโอดีเซล ดังนั้นตั้งแต่เดือน มี.ค. ปัญหาปาล์มขาดไม่น่าจะมีแล้ว และทั้งปี 2554 สศก.คาดผลผลิตปาล์มน้ำมันจะอยู่ที่ 9.1 แสน1 ล้านตัน เป็นน้ำมันปาล์ม11.2 แสนตัน หากไม่มีผลกระทบจากความแห้งแล้งของลานินญา คาดผลผลิตจะไม่ลดลงจากที่คาดมากนัก” นายอภิชาต กล่าวสำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) นายสุเทพเทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่าต่อไปในการพิจารณาส่งออกหรือนำเข้าน้ำมันปาล์ม จะต้องเสนอต่อที่ประชุม กนป.พิจารณา เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศ
ด้านการส่งออกเป็นเรื่องของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลด้านการผลิตกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ดูแลในเรื่องสต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศ ซึ่งช่วงเดือนส.ค.ก .ย. ปริมาณสต๊อกในประเทศมีมากเกือบ 1.9 แสนตัน จนกระทรวงเกษตรฯแสดงความกังวลต่อที่ประชุม ว่าจะส่งผลต่อราคารับซื้อผลผลิตของเกษตร ทางกระทรวงพลังงาน จึงมาดูดซับไป
“
การคาดการณ์ปริมาณผลผลิตของปาล์มในประเทศจึงเป็นตัวเลขประมาณการผลผลิตของสศก.ที่จะมีการคาดการณ์ประจำทุกปี และขณะนั้นไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีน้ำท่วมในเดือนพ.ย. และธ.ค.ในภาคใต้ แต่เนื่องจากในเดือนก.ย. สต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 1.8 แสนตัน ก็ยังไม่มีใครแสดงความกังวล จากนั้นผลผลิตเริ่มลดลงจากปัญหาความแห้งแล้ง และน้ำท่วมทำให้ผลผลิตเริ่มลดลงและสต๊อกเหลือประมาณ 6.7 หมื่นตันเมื่อ ธ.ค. ทั้งที่สต๊อกใประเทศควรจะมี 1.2 แสนตัน ขณะเดียวกันจากปัญหาน้ำท่วมทำให้ผลผลิตใน ม.ค. ก.พ 54 ลดลงจากปี 53 ถึง 40% โดยมีผลผลิตปาล์มทะลายอยูที่ 3.24 แสนตันจากปี53อยู่ที่ 6.2 7 แสนตัน อย่างไรก็ตามใน ซึ่งก่อนหน้าที่กระทรวงเกษตรฯจะทำหนังสือถึงกปน.ให้ทบทวนตัวเลขนำเข้า 1.2 แสนตันท “เลขาธิการสศก.กล่าวสำหรับมาตรการชดเชยส่วนต่างของราคาตามมติของกปน.นั้น เป็นอัตราที่เปิดไว้กรณีที่ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะราคาน้ำมันลด เงินอุดหนุนก็ลดแต่จะไม่อุดหนุนเกินกรอบที่วางไว้ ซึ่งกรณีการแก้ไขระยะสั้น กปน.ให้ระดมสต๊อกในประเทศทั้งหมดมาผลิตเป็นน้ำมันบริโภคซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะระดมได้ 1 หมื่นตัน ร่วมกับของพลังงานที่เจียดมาให้ 5 พันตัน ตรงเป็นน้ำมันดิบที่จะมาผห่ายขบวนการผลิต ไม่เกิน 3 วันจะถึงมือประชาชน ซึ่งในกลุ่มนี้ผู้ประกอบการระบุว่ามีต้นทุนในผลิตอยู่ที่ 44 บาทเมื่อร่วมถึงการส่งผ่านยี่ปั้ว ซาปั้วมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 9.5010 บาท ซึ่งที่ประชุมเคาะ 9.50 บาทในขณะที่การนำเข้า 3 หมื่นตันในกรอบ 1.2 แสนตัน เป็นน้ำมัน CPOL องค์การคลังสินค้าชี้แจงว่าเจราจากับมาเลเซียได้ที่ 1,310 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งเมื่อนำมาผ่านขบวนการจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาควบคุม 5 บาทต่อลิตร ซึ่งที่ประชุมเคาะที่ 5 บาท เพื่อให้สามารถจำหน่ายในราคา 47 บาท ทั้งชนิดบรรจุถุง บรรจุขวด บรรจุปี๊บนายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มในประเทศเกิดการทำให้ขาดแคลน กระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่ดูแลสต๊อกโดยตรง จะไม่รู้เชียวหรือว่าความต้องการใช้เท่าไหร่ ขณะเดียวกันกรมส่งเสริมการส่งออก ก็ยังอนุญาตให้ส่งออกในขณะที่สต๊อกในประเทศขาดแคลน เพราะใน ก.ย. สต๊อกยังมีมากถึง 1.9 แสนตัน และในเดือนต.ค.พ.ย. เริ่มลดลง ราคาวัตถุดิบจึงแพงขึ้น เอกชนจึงของกระทรวงพาณิชย์ปรับราคาเมื่อพาณิชย์ไม่ยอมปรับ เอกชนก็ลดการผลิต ขณะนั้นหากพาณิชย์ยอมปรับราคาให้เอกชนขึ้น 23 บาทต่อขวดในช่วงนั้น ของก็จะมีขายต่อเนื่องและค่อยๆให้นำเข้าน้ำมันมาเติมส่วนที่ขาด และปรับราคาอีกเล็กน้อยก็จะไม่เกิดปัญหาวิตกจริตกันทั้งประเทศประชาชนแย่งกันตุนด้วยทำขอให้ของหายจากตลาด อย่างไรก็ตามเห็นด้วยที่รัฐบาลทบทวนการนำเข้าให้เหลือเพียง 3 หมื่นตันเพราะผลผลิตเกษตรกรจะเริ่มออกสูงสุดในช่วงเดือนมี.ค.ท ก.ย.ประมาณเดือนละ เกือบล้านตัน แต่ตนไม่เห็นด้วยที่ไปอุดหนุนเอกชนเพราะกินสองเด้งมาก่อนหน้าแล้ว







