
บีโอไอหวัง6เดือนสรุปฮับสุขภาพ
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ดสั่งบีโอไอ หารือร่วมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หาแนวทางส่งเสริมลงทุนอุตฯ เพื่อสุขภาพใน 6 เดือน อย่างเหมาะสม พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็น คาดใช้เวลา 56 เดือนกำหนดกรอบนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบหมายให้บีโอไอไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการกำหนดสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ และอุตสาหกรรมด้านการรักษาพยาบาล โดยให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อหาแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวร่วมกัน คาดใช้เวลายกร่าง 1 เดือน
จากนั้นไปเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลจากหลายมิติ ซึ่งในส่วนนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 23 เดือน และรวบรวมผลักดันเป็นนโยบายให้ทางบีโอไอนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการบีโอไอพิจารณาก่อน และนำเสนอต่อบอร์ดบีโอไอพิจารณาต่อไป โดยรวมจะใช้เวลา 56 เดือน
ทั้งนี้ จากการหารือกันเบื้องต้น พบว่ายังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่หลายเรื่อง โดยหลายฝ่ายเห็นว่าไม่ควรเข้าไปส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมประเภทนี้แก่เอกชน ควรเป็นกิจการที่รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงที่กังวลที่สุด คือ กลัวว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลรัฐจะย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชนหมด หากโรงพยาบาลเอกชนขยายตัวมากขึ้น
ขณะที่กลุ่มสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ต้องการให้มีการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจเดียวที่รัฐบาลทำธุรกิจแข่งขันด้วย ที่ผ่านมาเอกชนต้องพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ทันสมัยทัดเทียมกันเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และตอนนี้ต่างชาติเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในเมืองไทยมาก จึงต้องส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์
“
นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดี คาดว่าบีโอไอจะต้องเดินหน้าทำต่อไป แม้อาจจะไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ เพราะจุดประสงค์ของการส่งเสริมการลงทุนคือต้องการให้โรงพยาบาลเอกชนขยายตัวออกไปในภูมิภาคมากขึ้น หรือในเขตที่ห่างไกลมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้คนในต่างจัดหวัดได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี ถ้าป่วยหนักก็ไม่ต้องส่งเข้ามารักษาในกรุงเทพฯ รวมถึงยังเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้ามาอย่างสะดวกมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้เอกชนยังไม่สามารถยื่นคำขอได้ เพราะยังไม่ได้เปิดประเภทกิจการ แต่ก็มีหลายรายสนใจที่จะยื่นคำขออยู่” นายพุทธิพงษ์ กล่าวนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมการให้บริการเพื่อสุขภาพ เช่น สปา ศูนย์ฟื้นฟู สุขภาพ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เรื่องนี้ไม่น่ามีปัญหา แต่ส่วนที่ยังมีความเห็นแย้งอยู่ คือ ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งหากเป็นไปได้ควรจะแยกจากกันเพื่อทำไปก่อนส่วนไหนที่ดำเนินการก่อนได้ก็ทำไป ส่วนไหนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก็ต้องค่อยๆ ทำไป







