posttoday
แบงก์เชื่อปีนี้บาทแข็ง29

แบงก์เชื่อปีนี้บาทแข็ง29

22 กุมภาพันธ์ 2554

 

ทหารไทยแนะเร่งซื้อฟอร์เวิร์ดไว้คาดอาหารกระป๋องสิ่งทอเจอดีโพสต์ทูเดย์ — นายธนาคารเตือนเอสเอ็มอีอย่านอนใจค่าเงิน ซื้อประกันความเสี่ยงบาทช่วงสิ้นปีที่ 29 บาท/เหรียญสหรัฐ

นายปพนธ์ มังคละธนะกุลผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ค่าเงินบาทยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยธนาคารคาดการณ์ว่าในสิ้นปีนี้มีแนวโน้มอยู่ที่ 2929.50 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือแข็งขึ้น 35% จากปัจจุบัน และแข็งค่ากว่าสิ้นปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 30.15 บาท/เหรียญสหรัฐ

ผู้บริหารธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปีนี้จะผันผวนสูง แตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่การแข็งค่าเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ความผันผวนของค่าเงินจะกระทบต่ออุตสาหกรรมในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงตลาดส่งออกสูงมีสัดส่วนวัตถุดิบนำเข้าต่ำ

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงตลาดในประเทศสูง ก็จะได้รับผลกระทบจากการแย่งตลาดของสินค้านำเข้าที่ถูกกว่า จึงอาจกระทบต่อการปรับตัวของเอสเอ็มอี เพราะมักมีข้อจำกัดด้านอำนาจต่อรองในการขอปรับขึ้นราคาสินค้า และขอเปลี่ยนสกุลเงินรับชำระค่าสินค้ามาเป็นเงินบาท

นายปพนธ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารกระป๋องและแปรรูป เคมีภัณฑ์ โรงเลื่อย ผลิตภัณฑ์ไม้ สิ่งทอ เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ และคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ซึ่งส่วนมากเป็นอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการส่งออกสูง มีรายได้จากการส่งออกมากกว่า 40% ของรายได้

นายปพนธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้กระตุ้นให้ลูกค้าเอสเอ็มอีซื้อสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (ฟอร์เวิร์ด) ไว้ทำให้ยอดโตถึง 77% คิดเป็น 21.7% ของธุรกรรมต่างประเทศ

นอกจากนี้ เอสเอ็มอีต้องหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และควรมีการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าทุน และอุปกรณ์ที่ช่วยปรับปรุงหรือเสริมประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากค่าเงินบาทที่ลดลงทำให้ราคาสินค้าทุน วัตถุดิบ และอุปกรณ์การผลิต ที่นำเข้ามีราคาถูกลง

นายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีน่าจะโตขึ้น 4.3 หมื่นล้านบาท จากฐานสินเชื่อ1.57 แสนล้านบาท โดยจะพยายามควบคุมหนี้เสียให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 2% จาก 1.8% และขึ้นมาเป็น 3 แสนล้านบาท ในปี 2556

ล่าสุดธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ SCB กล้าให้ สำหรับธุรกิจที่มียอดขาย 1075 ล้านบาท/ปีโดยให้สินเชื่อ 2 เท่าของหลักประกัน หากชำระตรงจะลดดอกเบี้ยให้ 0.5% นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่มียอดขาย 75500 ล้านบาท/ปี ให้สินเชื่อสูงสุด 300 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี