
ดีเอสไอค้น2โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม
ดีเอสไอร่วมเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ตรวจสอบ 2 โรงงานผลิตน้ำมันพืช แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติหรือการกักตุน ด้านรองอธิบดีดีเอสไอยังติดใจประเด็นการหักคืนจากโควตานำเข้า
ดีเอสไอร่วมเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน ตรวจสอบ 2 โรงงานผลิตน้ำมันพืช แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติหรือการกักตุน ด้านรองอธิบดีดีเอสไอยังติดใจประเด็นการหักคืนจากโควตานำเข้า
นายอนุสรณ์ มุกดาสนิท พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ 601 สำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าตรวจสอบบริษัทน้ำมันพืชปทุม จำกัด เลขที่ 29/3 หมู่ 6 ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตน้ำมันพืช ยี่ห้อเกสร ซึ่งบริษัทแห่งนี้เป็นหนึ่งในสิบบริษัทที่ได้รับโควตาจากทางรัฐบาล ให้ผลิตน้ำมันพืชธงฟ้า จำนวน 6,000 ตัน และถือว่ามากที่สุด
นายต้นพงษ์ กริยานนท์ ผู้จัดการโรงงาน ดังกล่าว เปิดเผยว่า โรงงานได้รับโควตานำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ จำนวน 6,000 ตัน ผลิตเป็นน้ำมันได้ถึง 4 ล้านลิตร ซึ่งขณะนี้ได้กระจายออกไปแล้ว 60-70% โดยทางโรงงานก็ได้ดำเนินการผลิตตลอดทั้งวัน และสามารถผลิตได้ 100,000-200,000 ขวดต่อวัน เพื่อนำออกไปจำหน่าย พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ทางโรงงานไม่มีการกักตุนอย่างแน่นอน ปัญหาน่าจะเกิดจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ยอดผลิตไม่เพียงพอ
ด้าน นายมเหศักดิ์ พันธ์สง่า หัวหน้าชุดสำนักงานคดีภาษีอากร ดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบโรงงานในวันนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือการกักตุนแต่อย่างใด ทั้งนี้สินค้าที่ทำการบรรจุทั้งหมดนั้นทางบริษัทจะต้องไม่ส่งไปจำหน่ายตามบริษัทห้างร้านหรือยี่ปั๊ว แต่ทางบริษัทจะบรรจุขวดแล้วนำไปยังกรมการค้าภายใน องค์การคลังสินค้าและเครือข่ายธงฟ้าเท่านั้นเพื่อไม่ให้มีการเก็งกำไรหรือกักตุนสินค้าเกิดขึ้น
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมพนักงานสอบสวน เข้าตรวจสอบเอกสารการผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มของบริษัทสุขสมบูรณ์ น้ำมันปาล์มจำกัด ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ผู้ผลิตน้ำมันทับทิม ไชโย และโบนัส โดยมีนาย ศุภชัย จินตนาเลิศ ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัทสุขสมบูรณ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซีย เพื่อผลิตเป็นน้ำมันปาล์มจุกฟ้า
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารการนำเข้าและการผลิตน้ำมันของบริษัทสุขสมบูรณ์ไม่พบความผิดปกติ และไม่พบว่ามีน้ำมันหลงเหลืออยู่ในถังเก็บของโรงงาน หลังจากนี้ดีเอสไอจะต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดและนำไปวิเคราะห์หลักฐานทางการบัญชีและภาษีอากร อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นการสำรองวัตถุดิบล่วงหน้าและการกันคืนจากโควตานำเข้า 30,000 ตัน ยังเป็นประเด็นที่ดีเอสไอยังติดใจสงสัยเรื่องการหักคืนว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งยังต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพาณิชย์







