posttoday
รัฐเดินหน้าหนุน sme แบบครบวงจร

รัฐเดินหน้าหนุน sme แบบครบวงจร

28 มกราคม 2553

รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีแบบครบวงจร เน้นการปรับโครงสร้างการผลิต และสร้างเอสเอ็มอีเพื่อสังคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันพร้อมกับสร้างประโยชน์ต่อสังคม

รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนเอสเอ็มอีแบบครบวงจร เน้นการปรับโครงสร้างการผลิต และสร้างเอสเอ็มอีเพื่อสังคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันพร้อมกับสร้างประโยชน์ต่อสังคม

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand SMEs Expo 2010 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะมุ่งเน้นการสนับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แบบครบวงจร ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง โดยจะสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเกิดการปรับโครงสร้างการผลิต เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลก และจะผลักดันให้เอสเอ็มอีเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งถือเป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาล ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เอสเอ็มอีเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ความเจริญไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาการสนับสนุนเอสเอ็มอีจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือแต่ด้านการเงินเท่านั้น ขาดการมองภาพรวมด้านการค้า การผลิต การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ตลาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม


ประกอบกับในตอนนี้ปัจจัยด้านการเปิดเสรีทางการค้า จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอี ขณะนี้จึงได้มีการจัดทำการศึกษาว่าเอสเอ็มอีจะมีโอกาสจากการเปิดเสรีทางการค้าได้อย่างไร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด รัฐบาลจึงต้องมองการประกอบกิจการของเอสเอ็มอีอย่างรอบด้าน ในภาพรวมที่การแข่งขันในตลาดโลกเปลี่ยนแปลง


สำหรับการมุ่งเน้นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เนื่องจากในภาคการผลิตของเอสเอ็มอีเกือบทั้งหมดจะเป็นกลุ่มรับจ้างผลิตให้กับบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งอาศัยการได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่า แต่ความได้เปรียบที่เคยมีในตอนนี้กำลังจะหมดไปจากการที่ประเทศเพื่อนบ้านมีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่า ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาในตลาดโลก การปรับโครงสร้างการผลิตของเอสเอ็มอีจึงมีความสำคัญมาก


ขณะที่การผลักดันให้เกิดวิสาหกิจเพื่อสังคมก็เพื่อแก้ปัญหาสั่งคม สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกับการสร้างรายได้อย่างยั่นยืน เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ

“ผมเชื่อมั่นว่าจากนโยบายที่มีการสนับสนุนเอสเอ็มอีอย่างเป็นระบบ ครบวงจร จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและพัฒนาไปในทางที่ดี” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 2.82 ล้านกิจการ คิดเป็น 99.7% ของจำนวนวิสาหกิจทั่วประเทศ สามารถสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมได้ถึง 3.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37.8% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงงาน 76% ของการจ้างงานทั้งหมด หรือคิดเป็น จำนวน 9 คน และสามารถสร้างรายได้จากการส่งออกได้ถึงประมาณ 1.7 ล้านล้านบาทต่อปี

รายงานข่าวจากสสว. กล่าวว่า ภายในงานยังมีการลงนามความร่วมมือระหว่างสสว. และบริษัททรู คอร์เปอร์เรชั่น เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ ในอัตราพิเศษ การลงนามความร่วมมือระหว่างสสว. และบริษัทซีพีออล์  เพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาดผ่าน 7-Catalog ในอัตราพิเศษ และส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีการค้าปลีก และการลงนามระหว่างเอกชนกับเอกชนจำนวน 12 คู่ เพื่อนำสินค้าหัตถกรรมไปขยายตลาดใน 12 ประเทศ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางการค้าจำนวน 216 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท