posttoday
องอาจ อินเตอร์ไฮด์ เส้นแบ่งของ 'คุณธรรมกับจริยธรรม'

องอาจ อินเตอร์ไฮด์ เส้นแบ่งของ 'คุณธรรมกับจริยธรรม'

21 กุมภาพันธ์ 2554

“ตั้งแต่เกิดเรื่อง ผมเครียดมาก ในความรู้สึกจริงๆ ของผมธุรกิจดี แต่หุ้นลง รับไม่ได้กับเกมอย่างนี้ คุณธรรมของผมมี 100% ที่ให้เพื่อนๆ ช่วยซื้อหุ้น เพราะไม่ต้องการให้คนซื้อ IHL ขาดทุน แต่ผมอาจผิดจริยธรรม 50% ไม่โปร่งใสที่ไม่ได้รายงานการขายหุ้น เพราะหุ้นที่ขายเป็นหุ้นของเพื่อนๆ ที่ผมเรียกมาซื้อ กลายเป็นชื่อคนขายไม่ได้รายงาน การข้ามเส้นคุณธรรมและจริยธรรมทำให้มีความผิด และเกมที่เขาเล่นผมไปไม่ถึง”

ต่อไปนี้คือคำบอกกล่าวของ “องอาจ ดำรงสกุลวงษ์” กรรมการผู้จัดการและผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อินเตอร์ไฮด์ (IHL) ถึงที่มาที่ไปการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร หรือแบบ 592 ที่ไหลออกมาคราวเดียวกว่า 170 รายการ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2554 และกลายเป็นกระแสข่าวโจมตีการขายหุ้นของ “องอาจ” เป็นเหตุให้หุ้นตกจาก 12 บาท เหลือ 7 บาทเศษ

เรื่องราวที่เกิดขึ้น “องอาจ” ยืนยันคำพูดเดิมกับ “โพสต์ทูเดย์” อีกครั้งว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ไม่มีเจตนาที่จะคิดทำราคาหุ้น แต่สิ่งที่ตั้งใจขณะนั้นก็คือ วันที่หุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก 22 ธ.ค. 2548 ราคาหุ้นเสนอขายครั้งแรก 18.25 บาท (พาร์ 5 บาท) กลับตกต่ำหลุดจองและซึมลงๆ เรื่อยๆ เหลือ 1415 บาท คุณธรรมในใจที่ไม่ต้องการเห็นคนซื้อ IHL ขาดทุน ต้นปี 2549 จึงเรียกเพื่อนๆ 34 คน มาช่วยซื้อลงทุนหุ้นบนกระดาน แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แถมยังทำให้เพื่อนๆ ขาดทุน

“คุณธรรมที่เกิดขึ้น กับการขาดทุนของคนซื้อหุ้นไอพีโอ รวมถึงเพื่อนๆ เป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการเห็น ผมเทกแคร์ความรู้สึกทุกคนหมด แรกๆ ตั้งใจซื้อรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) แต่มีคนแนะนำไม่ต้องทำ ปี 2552 จึงตัดสินใจเข้ารับซื้อหุ้นบนกระดานโดยเป็นชื่อลูกซื้อ และมีการรายงานในส่วนที่ลูกซื้อ แต่การขายของเพื่อนๆ ออกมา กลายเป็นว่า ก.ล.ต.ให้ทำรายงานว่า องอาจ ขาย”

เวลาผ่านไป 3 ปี หุ้นที่องอาจรับซื้อมามีภาระดอกเบี้ย จำเป็นต้องขายออกไปบ้าง ไปคืนมาร์จิน และบางส่วนเป็นการโอนให้ลูกถือ เพิ่มชื่อลูกชายลูกสาว เข้ามาถือ 15.67 ล้านหุ้น ส่วนหุ้นเดิมผมและภรรยายังถืออยู่ทุกหุ้น ณ วันที่ 15 ก.พ. 2554 จำนวน 190.52 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับ ณ เดือน พ.ย. 2553

องอาจ บอกว่า เพื่อนๆ ที่ผมเรียกมาซื้อหุ้น บางคนเรียกเป็นนอมินี แต่สำหรับองอาจยืนยันว่าเป็นเพื่อน การเรียกเพื่อนมาซื้อ เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับที่นี่ เราไม่เคยคิดปั่นหุ้น คิดแค่ทำอย่างไรให้มีคนรู้จักเรา (อินเตอร์ไฮด์) ถ้าใช้อินไซเดอร์เทรดดิง ไม่ขายหุ้นราคา 5 บาทขึ้นไปถึง 12 บาทแน่นอน ทั้งที่รู้ว่าจะมีปันผลปีแรก และราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาจาก 12 บาท เหลือ 7 บาท ก็ไม่ใช่ผมทุบ การรายงานย้อนหลังเกิดขึ้นต้นเดือน ม.ค. 2554 แต่เพิ่งมาตกใจตอนนี้

องอาจ ยอมรับว่า สิ่งที่พลาดสำหรับเขาคือ เล่นหุ้นไม่เป็น ไม่เคยซื้อหุ้นตัวใดนอกจากหุ้น IHL ที่บริหารอยู่ เพราะรู้ดีที่สุด ข้อความที่โพสต์บนโลกอินเทอร์เน็ตหาว่าผมเอาหุ้นเก่าออกมาขายหมด จริงๆ ถ้าดูจากข้อมูล ถ้าผมฉลาด เล่นเป็น ผมจะไม่ขาย 5 บาท ซึ่งปี 2552 ปันผล 70 สตางค์ แต่เราขายก่อนปันผล

“เกมนี้เกิดขึ้น ส่งผลกระทบทางจิตใจครอบครัวผม คนได้จริงๆ มีเยอะ คนเสียก็เยอะ เรารับสภาพไม่ได้ที่มีคนเสียมาก ทั้งที่พื้นฐานบริษัทดี โตทุกๆ ปี ถ้าเราขายหุ้นออกหมด แสดงว่าบริษัทกำลังมีปัญหา ย่ำแย่ แต่ธุรกิจโตดีมาก ทำไมต้องขายหุ้น เราไม่เหมาะที่จะอยู่ในตลาด เพราะไม่ได้ศึกษากฎเกณฑ์ ทำให้ขาดประสบการณ์ จากนี้ต่อไปต้องปรับตัวกับกฎเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น จะได้ไม่ทำผิดซ้ำอีก ขอดูโรงงานให้ดีๆ ให้สอดคล้องกับหุ้นในตลาด ในความเชื่อลึกๆ ของผมพื้นฐานบริษัทดี หุ้นดีเอง โดยอัตโนมัติ”

สำหรับการตรวจสอบของ ก.ล.ต. องอาจเชื่อว่าเบื้องต้นมีความผิดแค่การรายงานแบบ 529 ล่าช้า ส่วนความผิดสร้างราคาหรือปั่นหุ้น ได้ยืนยันเจตนาคุณธรรมแล้ว

ด้านผลประกอบการปี 2554 ยังมีทิศทางการเติบโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ 15% ตั้งเป้าปีนี้ยอดขายไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขาย 1,800 ล้านบาท คาดกำไรโตไม่ต่ำกว่า 60% จากปีก่อน

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก