posttoday
ธปท.เล็งขอคลังเว้นภาษีสำรองหนี้ให้แบงก์

ธปท.เล็งขอคลังเว้นภาษีสำรองหนี้ให้แบงก์

21 กุมภาพันธ์ 2554

 

โพสต์ทูเดย์ — ธปท.เล็งขอยกเว้นภาษีสำรองหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ หวังจูงใจให้สำรองสูงทำให้สถาบันการเงินแข็งแกร่ง

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบ 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น โดยเน้นลดอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจธนาคาร อาทิ การพิจารณาขอเว้นภาษีเงินสำรองเผื่อหนี้สูญ (General Reserve) ที่ธนาคารกันสำรองเผื่อหนี้เสียแบบเฉพาะเจาะจงลูกหนี้แต่ละรายจากกระทรวงการคลัง เป็นต้น เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นของธนาคาร

ลดอุปสรรคในการทำให้ต้นทุนสูงเกินความจำเป็น ผ่อนผันเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวต้องไม่เสียสาระการดูแลฐานะความมั่นคงของธนาคาร อาทิ การพิจารณาขอเว้นภาษีเงินสำรองเผื่อหนี้สูญ (General Reserve) ที่ธนาคารกันสำรองเผื่อหนี้เสียแบบเฉพาะเจาะจงลูกหนี้แต่ละรายจากกระทรวงการคลัง เป็นต้น

นงสลน กลววนางสาลินี กล่าวว่า การตั้งสำรองดังกล่าวทำไว้เผื่ออนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อระบบ ควรอนุญาตให้ธนาคารหักภาษีส่วนนี้ได้ จะได้ช่วยส่งเสริมให้ธนาคารมีแรงจูงใจในการกันเงินสำรองไว้รองรับปัญหาหนี้เสียในอนาคตอย่างเพียงพอ ไม่เป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ช่วยให้ฐานะธนาคารมั่นคงสามารถขยายสินเชื่อได้มากขึ้น

ทั้งนี้ การคำนวณภาษีจากกำไรในการดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ควรจะคิดจากกำไรอย่างเดียว ไม่ควรนำเงินส่วนที่กันไว้เผื่อหนี้เสียไปคำนวณเสียภาษีด้วย เช่น ถ้าธนาคารกำไรปีละ 1 หมื่นล้านบาท แต่แบ่งกันสำรองใน General Reserve จำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่มักกันสำรองส่วนนี้ไว้ทุกๆ ปี

ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรให้เสียภาษีเฉพาะกำไรจริงๆ ไม่ควรนำเงินกันสำรองหรือ General Reserve ไปรวมกับกำไรเพื่อคิดภาษีด้วย เพราะเงินกันสำรองก้อนนี้มีจำนวนไม่น้อย เมื่อนำมารวมเพื่อคิดภาษีทุกๆ ปีกลับกลายเป็นภาระแก่ธนาคาร ทำให้น่าห่วงว่าอนาคตธนาคารอาจไม่อยากตั้งสำรองหนี้ส่วนเกินนี้ก็ได้

“นายแบงก์ส่วนใหญ่จะขอให้เราประสานขอเว้นภาษีเงินที่กันสำรองหนี้ก้อนนี้ เพราะเงินก้อนนี้ช่วยให้แบงก์ฐานะมั่นคง ขยายสินเชื่อหนุนเสริมการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจได้ ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีผลกำไรดี แบงก์จะแบ่งจ่ายเงินปันผลเพียง 3040% ส่วนที่เหลือมีการแบ่งมากันสำรองหนี้เสียในลูกหนี้รายที่มีแนวโน้มไม่ดี เช่น ถ้าเห็นลูกหนี้ภาคอุตสาหกรรมนี้ รายนี้มีแนวโน้ม มีความเสี่ยง แบงก์จะกันสำรองหนี้ไว้ก้อนหนึ่งเลย ทำกันทุกแบงก์ เฉลี่ยจะกันสำรองส่วนนี้ไว้สูงกว่าเกณฑ์เงินพึงกันถึง 3040% สำรองหนี้เสีย 100% แบงก์จะกันไว้เกินประมาณ 130% ถือเป็นเรื่องที่ดีธปท.ก็สนับสนุน เพราะหนี้เสียมาก การมีสำรองสูงจะไม่ทำให้เงินกองทุนลดมาก ให้ระบบแบงก์มีเสถียรภาพมั่นคง” นางสาลินี กล่าว

นางสาลินี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามถึงธนาคารพาณิชย์จะเสนอขอเว้นเก็บภาษีในส่วนนี้มาหลายครั้ง ในระยะเวลาร่วม 10 ปีที่ผ่านมา และธปท.ก็สนับสนุนให้เว้นภาษีส่วนหนี้ให้กับธนาคารพาณิชย์ แต่กระทรวงการคลังกลับไม่เห็นด้วย เนื่องจากห่วงว่าถ้าเว้นการคิดภาษีส่วนนี้แล้วจะกระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากพอสมควร ซึ่งเรื่องนี้ธปท.คงได้หารือต่อไป

ก่อนหน้านี้ ในปี 2553 ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรจากการดำเนินงาน 2.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 1.85 แสนล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ 9.2 หมื่นล้านบาท สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 11.3% จาก 1.8% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) สุทธิ 1.9% ของสิเนชื่อรวม ลดลงจาก 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ยอยู่ที่ 16.2% ใกล้เคียงปีก่อนหน้าที่ 16.1%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี