
นายกฯ ภูฏาน นำ อนุทิน สักการะหลวงพ่อสัจจธรรม สานสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน
นายกฯ สองประเทศร่วมชื่นชมมรดกพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมภูฏาน ใช้ความผูกพันทางศาสนาเชื่อมสัมพันธ์ประชาชน พร้อมต่อยอดความร่วมมือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีภูฏานนำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยและคณะ สักการะหลวงพ่อสัจจธรรม ณ กรุงทิมพู
- การเยือนครั้งนี้เพื่อชื่นชมมรดกทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นรากฐานความสัมพันธ์ และสะท้อนความผูกพันทางวัฒนธรรมระหว่างสองชาติ
- เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
วันนี้ ( 31 ต.ค. 2569) เวลา 10.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นภูฏาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อสัจจธรรม หรือพระพุทธรูปดอร์เดนมา (Great Buddha Dordenma) กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏานได้นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยาและคณะ เยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมภูฏานและสักการะหลวงพ่อสัจจธรรม โดยนายกรัฐมนตรีได้ถวายผ้าขาทักและจุดตะเกียงเนยตามธรรมเนียมของภูฏาน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ร่วมชื่นชมศิลปวัฒนธรรมและมรดกทางพระพุทธศาสนาของภูฏาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของประชาชน สะท้อนถึงความผูกพันทางศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยกับภูฏาน อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน และขยายความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างกัน
สำหรับหลวงพ่อสัจจธรรม เป็นพระพุทธรูปพระศากยมุนีหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์และปิดทอง สูงประมาณ 52 เมตร ประดิษฐานบนเนินเขาคูเอนเซลโฟดรัง (Kuenselphodrang) ภายในองค์พระประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็กจำนวน 125,000 องค์ ถือเป็นศาสนสถานสำคัญและสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความผาสุกของภูฏาน อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงทิมพู
การเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทย ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งนอกจากการกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างประชาชนและวางรากฐานความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน







