posttoday
แกว่งขึ้น...แต่ จะติดบริเวณ 1,000 หรือ 1,010 จุด

แกว่งขึ้น...แต่ จะติดบริเวณ 1,000 หรือ 1,010 จุด

17 กุมภาพันธ์ 2554

...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ 

...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ 

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นลงรุนแรงหลุด 968 จุด ทำให้มีช่วงปรับตัวลงไปที่บริเวณ 950 จุดที่ได้ประเมินไว้ก่อนที่จะมีช่วงปรับตัวขึ้นมา โดยปัจจัยที่ตลาดกังวลและส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงในสัปดาห์ก่อนมาจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ หลังจากที่จีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นมาอยู่ที่ 6.06% ในขณะที่เงินฝากขึ้นมาอยู่ที่ 3%

ส่วนสถานการณ์ในอียิปต์ต้นสัปดาห์ยังไม่มีความชัดเจน ตลาดกังวลว่าอาจจะแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อิหร่าน เยเมน บาห์เรน ส่งผลให้โดยรวมมีแรงเทขายทำกำไรกันออกมา แต่อย่างไรก็ตามตลาดเริ่มกลับมาปรับตัวขึ้นหลังจากที่เงินเฟ้อเดือน ม.ค. ของจีนปรับตัวขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.3% มาอยู่ที่ 4.9% โดยรวมแล้วส่งผลให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อคลายตัวลง ในขณะที่สถานการณ์ในอียิปต์นายฮอสนี มูบารัก ยินยอมออกจากตำแหน่งและทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ ส่งผลให้ตลาดคลายกังวลและกลับมาปรับตัวขึ้น โดยนักลงทุนต่างประเทศกลับมามียอดซื้อสุทธิต่อเนื่องในระดับพันล้านบาทถึง 3 วันทำการ

แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้คาดว่าตลาดจะแกว่งตัวขึ้น โดยมีโอกาสชะลอตัวตามแนวต้านหลักที่บริเวณ 1,000 และ 1,010 จุด

ภาพโดยรวมตลาดจะเป็นการแกว่งตัวในกรอบกว้าง เป็นการซื้อขายตามกรอบ เนื่องจากปัจจัยทั้งดีและร้ายเริ่มรับรู้ไปในระดับหนึ่งแล้ว การเล่นหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยเฉพาะตัวจะให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อในเอเชียนั้น ตลาดได้คลายความกังวลไปบ้าง แต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากตอนนี้ระดับอัตราดอกเบี้ยทางการของธนาคารกลางต่างๆ ในเอเชียส่วนใหญ่ยังต่ำกว่าระดับปกติ ทำให้ในช่วงต่อจากนี้ธนาคารกลางในเอเชียส่วนใหญ่จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อให้กลับมาอยู่ในระดับปกติ และเชื่อว่าจะเป็นมาตรการหนึ่งที่ลดเรื่องเงินเฟ้อในเอเชียได้ ซึ่งตลาดหุ้นจะตอบสนองเชิงลบไปก่อนที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยไปสู่ระดับปกติแล้ว

ในขณะที่สถานการณ์เงินเฟ้อ ในฝั่งตะวันตกยังต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด อังกฤษประกาศตัวเลขเงินเฟ้อออกมาอยู่ที่ 4% เป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 3.7% ในขณะที่เงินเฟ้อเป้าหมายของ BOE อยู่ที่ 2% ทำให้ตลาดคาดว่าจะต้องมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้เงินปอนด์ปรับตัวขึ้น

ทางฝั่งสหรัฐคาดว่าเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ความกังวลเรื่องเงินฝืดจางหายไปแล้ว โดยเฟดยังคงยืนยันที่จะซื้อพันธบัตรครบจำนวน 6 แสนล้านเหรียญจนถึงเดือน มิ.ย.นี้ เนื่องจากมองว่าอัตราการว่างงานยังจะคงอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะหนึ่ง ถึงแม้ว่าตัวเลขล่าสุดจะออกมาลดลงเหลือเพียง 9% ก็ตาม

ปัจจัยทางด้านการเมืองระหว่างไทยและกัมพูชา การปะทะแม้ว่ายังมีบ้าง โดยล่าสุดในเช้าวันที่ 16 ก.พ. ยังมีการปะทะกันด้วยอาวุธขนาดเล็ก แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยืนยันหยุดยิงแล้วก็ตาม โดยผลการประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชาเป็นการเจรจาแบบสองฝ่าย แต่มีอาเซียนเป็นผู้สนับสนุน และเรียกร้องให้สองฝ่ายทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร ซึ่งต้องติดตามการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ซึ่งเราคาดว่าจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากการกระทำที่ผ่านมา เป็นการยืนยันว่ายังไม่สามารถเชื่อต่อผลสรุปในการเจรจาได้

ทิศทางด้านเทคนิค ตลาดมีแนวต้านหลักที่บริเวณ 1,000 และ 1,010 จุด การปรับตัวขึ้นทดสอบในครั้งแรกคาดว่าจะเห็นแรงเทขายทำกำไรออกมา และทำให้ทยอยขายหุ้นช่วงปรับตัวขึ้น เนื่องจากคาดว่าภาพใหญ่ยังเป็นการแกว่งตัวในกรอบ ยังไม่เห็นปัจจัยบวกใหม่ที่ทำให้ตลาดสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ แต่แนะนำให้เล่นหุ้นเป็นรายตัวโดยเฉพาะบริษัทที่คาดว่าจะประกาศจ่ายปันผลสูง ไม่ว่าจะเป็น TMT, MODERN, SPALI, TSC และ SIRI ซึ่งหุ้นดังกล่าวเราเชื่อว่าจะมีความเสี่ยงของขาลงต่ำในขณะที่การปรับตัวเกิดขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท