
ปั้นตรานมโค100%สู้นอก
โพสต์ทูเดย์
— ส.ผู้เลี้ยงโคนมฯ นำร่องโครงการสัญลักษณ์นมโคสดแท้ ตั้งการ์ดรับนมนอกทะลักปี 2568นายอดุลย์ วังตาล นายกสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลสไตน์ฟรีเชียน เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้เริ่มโครงการนำร่องผลิตภัณฑ์แปรรูปไอศกรีมและนมสดผสมผลไม้ปั่น เพื่อช่วยรองรับการจำหน่ายนมโคสดแท้ 100% ของเกษตรกรไทยผู้ผลิตน้ำนมดิบ
ทั้งนี้ เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันในอีก 15 ปี หรือปี 2568 ที่ผลจากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) จะทำให้น้ำนมดิบและนมผงจากต่างประเทศไม่เสียภาษีการนำเข้า จากปัจจุบันที่ยังป้องกันตลาดด้วยมาตรการภาษีนำเข้าอัตรา 210%
ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องปรับตัวพร้อมวางแผนตั้งรับการทำตลาดน้ำนมดิบ หรือนมผงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะข้อตกลงเอฟทีเอระหว่างไทยออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบหนักกับผู้ประกอบการเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมไทย รวมถึงกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น ซึ่งอาจใช้ผลิตภัณฑ์จากนม(บายโปรดักส์) เช่น การใช้นมผงมาละลายน้ำเพื่อทำตลาดเป็นผลิตภัณฑ์นมวัวพร้อมดื่มบรรจุกล่อง ทำตลาดในประเทศไทย เป็นต้น และถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค เป็นต้น
การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา สมาคมได้ขอรับทุนสนับสนุนจากกองทุนเอฟทีเอ กรมการค้าต่างประเทศ พัฒนาโครงการนำร่องดังกล่าว พร้อมจัดทำโครงการเครื่องหมายโบทอง สัญลักษณ์แห่งนมสดแท้ทรงคุณค่าแห่งชาติ เพื่อสื่อถึงความเป็นนมโคสดแท้ 100% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการจัดเตรียมร่างข้อกำหนดเงื่อนไขการขอเครื่องหมายโบทอง คาดแล้วเสร็จภายใน 23 เดือนนับจากนี้ และจะดำเนินการได้จริงในไตรมาส 3
ได้อย่างเด่นชัด เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมวัวพร้อมดื่มในประเทศไทย ที่ทำตลาดสินค้าภายใต้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ โดยมีเจ้าของสินค้านมวัวพร้อมดื่มทั้งกลุ่มยูเอชที พาสเจอร์ไรซ์ และแปรรูป รวมกันกว่า 10 รายใหญ่ ในปัจจุบัน ที่ทำตลาดในประเทศไทย
สำหรับโครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการจัดเตรียมร่างข้อกำหนด เงื่อนไขการดำเนินการขอเครื่องหมายโบว์ทองสัญลักษณ์แห่งนมสดแท้ทรงคุณค่าแห่งชาติ คาดแล้วเสร็จภายใน23เดือนนับจากนี้ และจะดำเนินการได้จริงในไตรมาส3 โดยภาย
“จนถึงสิ้นปีนี้คาดมีผู้ประกอบการสินค้านมพร้อมดื่ม เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ขอรับเครื่องหมายไม่ต่ำกว่า 10 ราย ขณะที่อุตสาหกรรมนมในประเทศไทยขณะนี้ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตน้ำนมดิบปรับราคาสูงขึ้น” นายอดุลย์ กล่าวขณะที่ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมนมในประเทศไทยขณะนี้ ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตน้ำนมดิบปรับราคาสูงขึ้น เป็นผลจากวัตถุดิบอาหารเลี้ยงสัตว์ ทั้งมันเส้นปรับราคาเป็น 7 บาทต่อกก.จากเดิม 5 บาทต่อกก. รวมทั้งกากถั่วเหลือง กากน้ำมันปาล์ม ขึ้นราคาไปแล้ว 10% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกีนในปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่าคณะอนุกรรมการผลิตภัณฑ์นม เตรียมเสนอปรับโครงสร้างราคาน้ำนมดิบขึ้นราคาอีก1บาทต่อลิตร และเตรียมเสนอแผนไปยังคณะกรรมการผลิตภัณฑ์นม(มิลค์ บอร์ด) ต่อไปก่อนอนุมัติ






