
ดอกฝากขาขึ้นยาวถึงสิ้นปี
โฆสิตรับแบงก์ตุนเงินปล่อยกู้ เอสเอ็มอีอ่วมต้นทุนแพงลิบ
โพสต์ทูเดย์
— “โฆสิต” ย้ำดอกเบี้ยเงินฝากแข่งดุถึงสิ้นปี ธนาคารอั้นไม่ไหวเงินกู้ขยับตามทันทีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า แนวโน้มการแข่งขันด้านระดมเงินฝากจะรุนแรงทั้งปี 2554 โดยหากดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้น ก็จะเห็นดอกเบี้ยเงินกู้ขยับตามไปด้วยทันทีตามต้นทุนการเงินสูงขึ้น แต่เงินกู้จะขยับเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับต้นทุนของแต่ละธนาคาร
นายโฆสิต กล่าวว่า ในปีนี้จะเห็นการเติบโตของสินเชื่อหมุนเวียน เพราะราคาสินค้าขยับเพิ่มขึ้น แต่ก็เชื่อว่าสินเชื่อรวมของระบบคงไม่เพิ่มขึ้นมากนัก เพราะทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องดูแลเงินเฟ้อ ซึ่งจะต้องรักษาความสมดุลของสินเชื่อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้านสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาว ยังมีอยู่ในแผนที่ค้างมาจากปีก่อน
สำหรับปีนี้ธนาคารกรุงเทพตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโต 57% ซึ่งจะมาจากลูกค้าทุกอุตสาหกรรม ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคาร (L/D) อยู่ที่ 80%
“
ปีนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะทำงานยากขึ้น ขณะนี้อยู่ในยุคที่แรงงานขาดแคลน ค่าแรงสูง และการแข่งขันสูง เป็นบรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาตัวเอง” นายโฆสิต กล่าวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งหากรัฐบาลมีนโยบายดีๆ ออกมา เศรษฐกิจก็น่าจะดีขึ้น โดยธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโตได้ 45%
นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่า การที่ธนาคารพาณิชย์แข่งขันระดมเงินฝากผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ค่อนข้างมากถือเป็นภาวะปกติ เนื่องจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์หันมารักษาต้นทุนการเงิน เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับการขยายสินเชื่อที่มีแนวโน้มในการขยายตัวได้ดี ไม่ใช่เพราะกฎหมายคุ้มครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือน ส.ค. 2554เพราะเรื่องนี้ประชาชนผู้ฝากและแบงก์รับรู้ก่อนหน้านี้นานแล้วก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงเทพเปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ
”Step Plus”ระยะเวลาฝาก 15 เดือน ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 4.5% ธนาคารธนชาตร่วมกับธนาคารนครหลวงไทยออกผลิตภัณฑ์”เงินฝากดอกเบี้ยได้ใจ” ฝากประจำ 5 เดือนดอกเบี้ย 2% และฝากประจำ 15 เดือนดอกเบี้ยสูงสุด 2.75% ธนาคารกรุงศรีอยุธยาออกผลิตภัณฑ์ตั๋วบี/อีประเภทอายุ 4 เดือน ให้ดอกเบี้ย 1.75% ประเภท 6 เดือน ให้ดอกเบี้ย 2% และ 12เดือนให้ดอกเบี้ย 2.25% และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ออกผลติภัณฑ์ตั๋วแลกเงินอายุ 4 เดือน ให้ดอกเบี้ย 2.15%และคงไม่ใช่เพราะกฎหมายคุมครองเงินฝากจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนส.ค.ปีนี้ เพราะเรื่องนี้ประชาชนผู้ฝากและแบงก์รับรู้ก่อนหน้านี้นานแล้ว ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของตัวเองให้ดีเมื่อเห็นโอกาสธปท.ชี้แบงก์ขยับดูดเงินฝากช่วงนี้ เป็นเพราะต้องการรักษาต้นทุนการเงินในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้ปล่อยกู้ปีนี้ที่แนวโน้มขยายตัวได้ดี
นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ที่ระบบธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันระดมเงินฝากผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆค่อนข้างมาก ทั้งธนาคารธนาคารใหญ่และเล็ก แต่ธปท.มองว่าเป็นภาวะปกติ คาดว่าเป็นผลมาจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่หันมารักษาต้นทุนการเงิน เตรียมสภาพคล่องล่วงหน้า และกำหนดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายให้คงที่ในบางส่วนไว้ก่อน เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับการขยายสินเชื่อที่ปีนี้มีแนวโน้มการขยายตัวได้ดีขึ้น
“การระดมกันดึงเงินฝากของธนาคารในช่วงนี้เป็นเรื่องปกติ ที่แบงก์ส่วนใหญ่จะปรับตัวเพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้ปล่อยกู้ ไม่ได้มีสัญญาณอะไรที่ผิด เพราะตลาดรับรู้อยู่แล้วว่าทิศทางดอกเบี้ยเป็นช่วงขาขึ้น ด้วยเหตุนี้เลยทำให้แบงก์หันมารักษาต้นทุน กำหนดดอกเบี้ยให้ต้นทุนคงที่ไว้ก่อน เป็นเรื่องปกติ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของตัวเองให้ดีเมื่อเห็นโอกาส”นายสรสิทธิ์กล่าวนายสรสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในเรื่องสัดส่วนตั๋วบี/อีในฐานเงินฝากควรมีระดับเท่าใดจึงจะเหมาะสมนั้น ธปท.ไม่มีเกณฑ์กำหนด แต่การมีตั๋วบี/อีจำนวนมากยิ่งน่าจะดีกับธนาคารพาณิชย์ เพราะธนาคารไม่ต้องเสียต้นทุนจ่ายเงินนำส่งให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากในอัตรา 0.4%ต่อปีตามฐานเงินฝาก เพราะตั๋วบี/อีไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนผู้ฝากเงินต้องพิจารณาให้ดี ว่าระหว่างการได้รับความคุ้มครองเงินฝากกับได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงจากตั๋วบี/อีจะเลือกอะไร เพราะถ้าเลือกผลตอบแทนจากดอกเบี้ยสูง ก็ต้องรับความเสี่ยงเอง ส่วนเงินฝากทั่วไปได้รับการคุ้มครองแต่ดอกเบี้ยผลตอบแทนก็ไม่สูงมาก ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีฐานะแข็งแกร่งถึงไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝากก็เชื่อว่าไม่มีปัญหา
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงเทพเปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำ
”Step Plus”ระยะเวลาฝาก 15 เดือน ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 4.5% โดยกำหนดวงเงินฝากไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เปิดให้ฝากได้ถึง 16 มี.ค.ปีนี้ ธนาคารธนชาตร่วมกับธนาคารนครหลวงไทยออกผลิตภัณฑ์”เงินฝากดอกเบี้ยได้ใจ” ฝากประจำ 5 เดือนดอกเบี้ย 2% และฝากประจำ 15 เดือนดอกเบี้ยสูงสุด 2.75% เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 หมื่นบาทเช่นกัน ธนาคารกรุงศรีอยุธยาออกผลิตภัณฑ์ตั๋วบี/อีประเภทอายุ 4 เดือน ให้ดอกเบี้ย 1.75% ประเภท 6 เดือน ให้ดอกเบี้ย 2% และ 12เดือนให้ดอกเบี้ย 2.25% และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ออกผลติภัณฑ์ตั๋วแลกเงินอายุ 4 เดือน ให้ดอกเบี้ย 2.15%






