
ศุลกากร เร่งปรับโครงสร้างภาษี คุมสิทธิ FTA สกัดเหล็กจีนทุ่มตลาด
กรมศุลกากรเร่งจัดระเบียบภาษีและคุมใช้สิทธิ FTA สกัดเหล็กจีนราคาถูกตีตลาดไทย หลังผู้นำเข้าใช้สิทธิ ACFTA ลดภาษี 0-5% ด้านเอกชนเตือนกระทบต้นทุนผู้รับเหมาพุ่ง
KEY
POINTS
- กรมศุลกากรเตรียมจัดระเบียบโครงสร้างภาษีและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า (FTA) สำหรับเหล็กนำเข้าจากจีน
- ผู้นำเข้าเหล็กจากจีนส่วนใหญ่ใช้สิทธิ FTA อาเซียน-จีน ทำให้ภาษีนำเข้าเหลือ 0-5% ส่งผลให้เหล็กราคาถูกเข้ามาตีตลาดในประเทศ
- มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการทุ่มตลาด (Anti-Dumping) และสนับสนุนผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทย
จากกระแสข่าวการทบทวนภาษีนำเข้าและมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กและเหล็กกล้าจากจีน กำลังเป็นที่จับตาของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าในประเทศ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกระแสข่าวการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าจากจีนว่า กรมศุลกากรจะไม่ปรับขึ้นภาษีแบบก้าวกระโดด แต่จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายขั้นตอน พร้อมทบทวนโครงสร้างภาษีสินค้าแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงการคลัง
สำหรับเหล็กจากจีน ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้าสูงสุดในบรรดาแหล่งนำเข้าเหล็กของไทย ผู้นำเข้าส่วนใหญ่ใช้สิทธิความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ทำให้อัตราอากรนำเข้าลดลงเหลือ 0-5% ส่งผลให้เหล็กราคาถูกจากจีนเข้ามากดดันราคาและแย่งส่วนแบ่งตลาดของผู้ผลิตในประเทศ
“กรมศุลกากรจะเร่งจัดระเบียบโครงสร้างภาษีและตรวจสอบการใช้สิทธิ FTA ให้เข้มงวดขึ้น ควบคู่กับมาตรการเยียวยาทางการค้าและป้องกันการทุ่มตลาด เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตไทย” นายพันธ์ทองกล่าว
นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทจัดจำหน่ายและนำเข้าเหล็ก ระบุว่า หากรัฐบาลขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กจากจีน ผู้ประกอบการอาจต้องปรับราคาสินค้าตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบผู้รับเหมาไทย แม้รัฐจะจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นก็ตาม
ภาคเอกชนจึงเสนอให้รัฐพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ พร้อมทบทวนเงื่อนไขการใช้สิทธิตามมาตรา 21 ทวิ และกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องจดทะเบียนถูกต้องและได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีมาตรฐานและปลอดภัย







