
BOI ชู Data Center วาระแห่งชาติ เตรียมวางกรอบ 4 ด้านคุมผลกระทบ
บีโอไอ ยกระดับ Data Center เป็นวาระแห่งชาติ คุมใช้ไฟฟ้า-น้ำ สิ่งแวดล้อม และพื้นที่ตั้ง พร้อมผูกสิทธิประโยชน์จ้างคนไทย 50% ต่อยอดซัพพลายเชนรับเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- รัฐบาลยกระดับ Data Center เป็นวาระแห่งชาติ โดยเตรียมวางกรอบการดำเนินงาน 4 ด้านเพื่อควบคุมผลกระทบด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
- BOI ชี้โอกาสของไทยไม่ได้จำกัดแค่การเป็นที่ตั้งศูนย์ข้อมูล แต่ยังครอบคลุมถึงห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เช่น แผงวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ
- ภาครัฐเร่งพัฒนากลไกด้านพลังงานสะอาด เช่น อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว (UGT) เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในงาน NATION FORUM 2027 หัวข้อ "Thailand’s Agenda: Data Center Built for the Intelligence Economy" ช่วงเสวนา "Thailand’s Prospects" นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่ไทยต้องมองให้ไกลกว่าการเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล เพราะหากไม่มีการเชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ประเทศจะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
โดยในอดีตไทยเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรมได้จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน ท่าเรือ และสนามบิน วันนี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ซึ่ง Data Center จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เกิดการต่อยอดทางเศรษฐกิจ
ยกระดับวาระแห่งชาติ วางกรอบ 4 ด้าน
นายนฤตม์กล่าวว่า รัฐบาลยกระดับ Data Center ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยคณะกรรมการ Data Center แห่งชาติกำลังจัดทำกรอบดำเนินงาน 4 ด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้สังคมและกำหนดทิศทางการลงทุนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ได้แก่
1. การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะไฟฟ้าและน้ำ
2. การควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งเสียง ความร้อน และน้ำเสีย
3. การกำหนดพื้นที่ตั้งให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงระยะห่างจากชุมชนและสถานที่สำคัญ
4. การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาบุคลากร การเชื่อมโยงซัพพลายเชน และการต่อยอดธุรกิจในประเทศ
ทั้งนี้ กรอบทั้ง 4 ด้านจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้การขยายตัวของ Data Center เชื่อมโยงกับระบบนิเวศดิจิทัลและ AI ไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารและติดตั้งเครื่องประมวลผล
ผูกสิทธิประโยชน์กับการสร้างคนไทย
สำหรับเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุน Data Center กำหนดให้โครงการต้องจ้างบุคลากรไทยในระดับผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารอย่างน้อย 50% รวมทั้งต้องมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยต้องดำเนินการตามเงื่อนไขให้ครบก่อนใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
BOI ยังประสานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อพัฒนาวิศวกรเฉพาะทาง รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้าน Data Center Engineering เพื่อผลิตบุคลากรสำหรับการออกแบบ วางระบบ และบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล
ชูซัพพลายเชนไทย รับคำสั่งซื้อเทคโนโลยีโลก
นายนฤตม์ระบุว่า โอกาสของไทยไม่ได้จำกัดอยู่ที่การลงทุน Data Center แต่ยังครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสง ชิปพลังงาน แผงวงจรพิมพ์ ไปจนถึงระบบไฟฟ้าและทำความเย็น ซึ่งไทยมีฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกอยู่แล้ว
ไทยเป็นฐานการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) อันดับ 1 ในอาเซียนและอันดับ 5 ของโลก ขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงรายใหญ่มีฐานการผลิตในไทย และมีการจ้างงานรวมกว่า 30,000 คนตามข้อมูลที่นำเสนอในเวที นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในซัพพลายเชนหลายรายยังหารือกับ BOI เพื่อขยายการลงทุนระยะที่ 2 และ 3 รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
เร่งพลังงานสะอาด รับโจทย์ลงทุนระยะยาว
อีกด้านหนึ่ง ความต้องการใช้พลังงานสะอาดของ Data Center และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เป็นแรงเร่งให้ภาครัฐพัฒนากลไกด้านพลังงาน โดย BOI ร่วมกับกระทรวงพลังงานผลักดันอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff: UGT) และการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)
กลไกดังกล่าวไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะธุรกิจ Data Center แต่ยังเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นเข้าถึงพลังงานสะอาด เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ







