
สภาสหรัฐฯ แฉ Webull โยงจีน! หวั่นล้วงข้อมูลนักลงทุน หุ้นทรุด 20%
ภูมิรัฐศาสตร์ลามฟินเทค เมื่อรายงานสภาสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้าง Webull ชี้พัวพันรัฐบาลจีน เสี่ยงความมั่นคงของชาติ กดดันราคาหุ้นร่วงหนัก ขณะที่ผู้บริหารยืนยันข้อมูลลูกค้าปลอดภัย
การเปิดเผยรายงานการสอบสวนของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ชุดพิเศษเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน (House Select Committee on China) ได้สร้างแรงสะเทือนครั้งใหญ่ต่อพรีเมียมความเสี่ยงของหุ้นกลุ่มฟินเทคข้ามชาติที่มีสายสัมพันธ์กับจีน โดยการยกระดับประเด็นโครงสร้างองค์กรไปสู่ข้อวิตกด้านความมั่นคงแห่งชาติ ได้จุดชนวนให้เกิดแรงขายอย่างหนักในตลาดทุนสหรัฐฯ ทันที
ราคาหุ้นของ Webull (BULL) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงระหว่าง 19.1% ถึง 21.1% ลงมาปิดที่ระดับ $5.89 หลังจากดิ่งลงหนักเกือบ 30% แตะระดับต่ำสุดในระหว่างวัน ที่ $5.15 เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์รายย่อยอย่าง Robinhood (HOOD) ที่ลดลงเพียง 3% และ Interactive Brokers (IBKR) ที่ลดลงเพียง 2% ขณะที่ดัชนี SPDR S&P 500 (SPY) ถดถอยเพียง 0.4%
ความแตกต่างของผลกระทบดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดประเมินปัญหานี้เป็นวิกฤตความเชื่อมั่นเฉพาะตัวของ Webull จากความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (Structural Risk) ด้านความเป็นเจ้าของและการกำกับดูแล ไม่ใช่สัญญาณความเสี่ยงเชิงระบบที่จะลุกลามไปยังอุตสาหกรรมโบรกเกอร์รายย่อยทั้งหมด
แรงขายที่ทะลักเข้ามากดดันราคาหุ้น ชี้ให้เห็นถึงความวิตกของตลาดต่อรายละเอียดในรายงานฉบับเต็มของสภาสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างสิทธิการควบคุมและท่อส่งข้อมูลของบริษัท
รายงานสภาสหรัฐฯ: โครงสร้างบริหาร ข้อมูล และความเสี่ยงเชิงความมั่นคง
ในยุคแห่งการเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ-จีน โครงสร้างความเป็นเจ้าของ บัญชีถือครองทรัพย์สิน และฐานบุคลากรทางเทคโนโลยี ได้กลายเป็นจุดเสี่ยงใหม่ที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยสภาสหรัฐฯ
ข้อกล่าวหาหลัก มุ่งประเด็นสำคัญประกอบด้วย
-โครงสร้างการถือหุ้นและการควบคุม: Anquan Wang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอชาวจีน ถือหุ้นเพียง 16.4% แต่ครองสิทธิออกเสียง (Voting Power) สูงถึง 79.2% ผ่านโครงสร้างหุ้นสองชั้น (Dual-Class Share Structure)
-ฐานการพัฒนาระบบในจีน: บริษัทลูกในจีน (Hunan Weibu) มีการว่าจ้างพนักงาน 863 คน คิดเป็น 62% ของพนักงานทั่วโลก ทำหน้าที่วิจัย พัฒนา และสนับสนุนระบบ รวมถึงการลงทุน 51.6 ล้านดอลลาร์ สร้างศูนย์ R&D ในเมืองฉางซา
-การถือครองเงินสดลูกค้าโดยตรงผ่าน Omnibus Clearing: ความวิตกยกระดับขึ้นหลังจาก Webull เปลี่ยนมาใช้การบริหารบัญชีแบบ Omnibus Clearing กับ Apex Clearing ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ทำให้ Webull เข้ามาถือครองเงินสดของลูกค้าโดยตรง ซึ่งปัจจุบันบริษัทดูแลทรัพย์สินลูกค้ารวมกว่า 2.46 หมื่นล้านดอลลาร์ จากผู้ใช้บริการ 28 ล้านรายทั่วโลก
โดย Rep. John Moolenaar ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่าโครงสร้างนี้สร้าง "ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อทุนของชาวอเมริกัน" และเปิดช่องให้ประเทศคู่แข่งเข้าถึงข้อมูลได้
-กฎหมายข่าวกรองของจีน: สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับจีน มีความเสี่ยงที่จะถูกบังคับให้ส่งมอบข้อมูลแก่รัฐบาลจีนตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
การโต้แย้งจาก Webull และการคุ้มครองทรัพย์สินนักลงทุน
Webull ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่ารายงานมีความคลาดเคลื่อนอย่างมาก ข้อมูลลูกค้านักลงทุนสหรัฐฯ ถูกจัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ภายในสหรัฐฯ และพนักงานต่างประเทศไม่สามารถเข้าถึงได้หากปราศจากการอนุมัติจากทีมงานสหรัฐฯ นอกจากนี้บริษัทยังตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมาธิการฯ ไม่เคยติดต่อขอข้อมูลหรือคำชี้แจงจากบริษัทมานานกว่า 20 เดือนก่อนเปิดเผยรายงานนี้
การคุ้มครองตามกฎหมาย: บัญชีลูกค้า Webull ได้รับความคุ้มครองจากองค์กรคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์ (SIPC) สูงสุด $500,000 (รวมวงเงินสด $250,000) ในกรณีโบรกเกอร์ล้มละลาย ขณะที่เงินสดในโครงการ Cash Management ได้รับการคุ้มครองโดยสถาบันประกันเงินฝากทางการ (FDIC) สูงสุด $5,000,000 ผ่านธนาคารพันธมิตร
อย่างไรก็ตามรายงานของสภาสหรัฐฯ ในชั้นนี้เป็นเพียง "ข้อค้นพบ (Findings)" ทางการเมือง ยังไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย คำสั่งปรับ หรือการสั่งระงับการดำเนินกิจการโดยทันที ทรัพย์สินของลูกค้ายกเว้นผลขาดทุนจากราคาหุ้นในตลาดยังคงมีกลไกคุ้มครองตามปกติ
การประเมินท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแล และทิศทางราคาหุ้นในระยะถัดไป
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำได้แยกแยะผลกระทบของวิกฤตครั้งนี้ ค่อนข้างรุนแรง
-มุมมองด้านมูลค่าหุ้น (Scotiabank): นักวิเคราะห์จาก Scotiabank ระบุว่า ประเด็นสำคัญในระยะสั้นคือการติดตามว่าหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลสหรัฐฯ (Executive agencies) หรือ SEC จะเปิดการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ พร้อมชี้ว่า "For now, the report will weigh on valuation rather than actual financial results." (รายงานนี้จะกดดันอัตราส่วนมูลค่าหุ้น หรือ Valuation Multiple มากกว่าจะกระทบต่อผลประกอบการทางการเงินจริงในระยะสั้น)
-การระงับ คำแนะนำการลงทุน (Siebert Financial): Brian Vieten นักวิเคราะห์จาก Siebert Financial ประกาศระงับคำแนะนำ "ซื้อ" (Buy) และราคาเป้าหมายของหุ้น BULL ทันที โดยให้เหตุผลว่า "The potential regulatory and operational implications of these findings create a level of uncertainty that we cannot reasonably incorporate into our estimates." (ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทางกฎหมายและการดำเนินงานสร้างความไม่แน่นอนในระดับที่ไม่สามารถนำมาคำนวณในประมาณการได้อย่างสมเหตุสมผล)
ผลกระทบต่อตลาดและปัจจัยชี้ขาดในอนาคต
สถานการณ์ของ Webull ตอกย้ำว่าฟินเทคข้ามชาติที่มีโครงสร้างเชื่อมโยงกับจีน กำลังเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่ท้าทายอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจในตลาดทุนสหรัฐฯ
ปัจจัยชี้ขาดสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
-หน่วยงานกำกับดูแลการเงินและหน่วยงานบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ (Federal Agencies) จะขยายผลเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่
-เอกสารชี้แจงและตอบโต้ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการฉบับสมบูรณ์จาก Webull
สถานการณ์นี้ เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ชี้ว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้กลายเป็นความเสี่ยงถาวรที่นักลงทุนต้องนำมาคำนวณในการประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีและฟินเทคข้ามชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







