posttoday
จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

07 ตุลาคม 2569

อัปเดทเทรนด์แห่งอนาคต จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์มนุษย์-รถบินได้กำลังมา ขณะที่เมืองฉงชิ่งเปิดประตูทุนไทย ธุรกิจต้องรีบหาจุดยืน

จีนกำลังเปลี่ยน “เทคโนโลยีแห่งอนาคต” ให้กลายเป็น “ธุรกิจแห่งอนาคต” จะเห็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทเหมือนคนมากขึ้นทุกที หรือรถยนต์ EV ที่กลายเป็นตลาดหลัก ไปจนถึงรถยนต์บินได้ที่กำลังรอวันเปิดเกมเชิงพาณิชย์

 

เบื้องหลังเทคโนโลยีเหล่านี้คือการแข่งขันสร้าง “เมืองและระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ซึ่งไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เพียงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แต่กำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้ธุรกิจต่างชาติว่าจะเข้าไปอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่นี้

 

สำหรับไทย H.O.W. (House of Wisdom) ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ของกลุ่มนักธุรกิจ มองว่า โอกาสอาจไม่ใช่แค่การส่งสินค้าไปขายจีน หรือรับจ้างผลิตให้จีนอีกต่อไป แต่คือการเอาจุดแข็งของไทย ตั้งแต่ธุรกิจบริการ อาหาร การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงหัตถศิลป์และซอฟต์พาวเวอร์ เข้าไปจับคู่กับเทคโนโลยี เงินทุน และซัพพลายเชนของจีน เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ 

 

สะท้อนภาพผ่าน เวที “China’s Next Chapter: Unlock the Opportunities through the City of Future” ที่ชวนผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนทั้ง “ไทยทาวน์–Humanoid Robotics–EV–รถยนต์บินได้” พร้อมชี้ให้เห็นว่าเกมต่อไปของธุรกิจไทย อาจไม่ใช่ “บุกตลาดจีน” แต่คือการ “ร่วมสร้างตลาดไปกับจีน”

 

 

อยากดูเทคโนโลยีล้ำต้องไปจีน 

 

ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้ก่อตั้ง H.O.W. (House of Wisdom) กล่าวว่า ปัจจุบัน ถ้าจะดูว่าเทรนด์ด้านเทคโนโลยีระดับโลกก้าวหน้าไปขนาดไหนต้องไปดูที่ประเทศจีน ซึ่งมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่น่าจับตามองและไปไกลกว่าเรามากๆ รวมถึงมีธุรกิจไทยจำนวนมากที่มีความต้องการไปลงทุนในประเทศจีน หรือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธุรกิจจีน ความรู้เรื่องเทคโนโลยี และมีความเข้าใจตลาดในประเทศจีนจากผู้รู้จริงจึงมีความสำคัญอย่างมาก 

 

ซึ่ง H.O.W. (House of Wisdom) คอมมูนิตี้แห่งปัญญาที่กลุ่มนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญรวมตัวกัน ได้ชวนผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน มาแสดงวิสัยทัศน์และผลงาน รวมถึงจัดให้มี Networking เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนความรู้ให้กันและกัน เพื่อเป็นโอกาสให้นักธุรกิจ นักลงทุน และนักพัฒนานวัตกรรมของไทย ได้เล็งเห็นและสร้างโอกาสทางธุรกิจในประเทศจีนและประเทศไทย 

 

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

 

 

 

ฉงชิ่ง นักท่องเที่ยวปีละ 500 ล้านคน

 

หวัง กั๋วชิ่ง ผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง นครฉงชิ่ง กล่าวว่า ฉงชิ่งเป็นเขตปกครองตรง ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีน มีนักท่องเที่ยวปีละ 500 ล้านคน เป็นต่างชาติเพียง 5 ล้านคน จากนโยบายฟรีวีซ่าปี 2024 ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปฉงชิ่งเพิ่มขึ้นถึง 72% แสดงให้เห็นว่าฉงชิ่งเป็นจุดหมายการท่องเที่ยว
ที่คนไทยสนใจ

 

นอกจากการเชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนฉงชิ่งแล้ว ในแง่การพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวฉงชิ่ง การที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวจีนซึ่งมีจำนวนไม่มากที่มีโอกาสเดินทางต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนี้ต้องการสัมผัสประสบการณ์จากต่างประเทศตามต้นฉบับ

 

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

 

ไทยทาวน์ เปิดประตูธุรกิจไทย

 

โครงการไทยทาวน์ที่เกิดขึ้นที่ย่านชาซีเซี่ยง (Chashixiang) เมืองฉงชิ่ง จึงมุ่งหาธุรกิจจากประเทศไทยไปลงทุนในการเปิดประสบการณ์แบบต้นฉบับจริงๆ จากประเทศไทย เพื่อให้ประชาชน ชาวจีนได้สัมผัสอาหารไทยและกิจกรรมวัฒนธรรมไทยจากฝีมือคนไทยโดยแท้จริง

 

หลิว ตันจู ผู้ช่วยผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง นครฉงชิ่ง กล่าวว่า โครงการไทยทาวน์ที่เมืองฉงชิ่งกำลังผลักดันอยู่ เป็นการดึงดูดการลงทุนจากธุรกิจไทย
ไปเปิดธุรกิจที่ฉงชิ่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนฉงชิ่ง โดยรัฐบาลฉงชิ่งให้การสนับสนุนด้านอสังหาริมทรัพย์ นโยบาย รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว

 

ในโครงการไทยทาวน์ เพื่อให้ธุรกิจไทยที่ไปลงทุนสามารถเติบโตได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งฉงชิ่ง และประเทศไทย จึงอยากเชิญชวนให้ธุรกิจไทยที่มีความสนใจไปเปิดธุรกิจในประเทศจีน พิจารณาเมืองฉงชิ่งเป็นหมุดหมายการลงทุนด้วย

 

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน  

 

หุ่นยนต์มนุษย์ ราคา 2 แสน 

 

ด้าน โอเวน จ้าน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หุ่นยนต์ อานฮุย จู๋ชิ่ง กรุ๊ป กล่าวว่า วงการหุ่นยนต์ของประเทศจีนมีความก้าวหน้าไปมาก โดยล่าสุด มีการพัฒนาหุ่นยนต์จูซิง (ZX) ผลิตที่เมืองอู๋ซี ประเทศจีน ซึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายมนุษย์มากขึ้น และสามารถใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้ 

 

โดยปัจจุบันมีการใช้ในวงการการศึกษา พิพิธภัณฑ์ การทำวิจัย วิศวกรรม เทคโนโลยี รวมถึงพัฒนา มาเพื่อใช้งานในกิจกรรมชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น สามารถพับผ้า เทขยะ หรืออยู่เป็นเพื่อนกับมนุษย์ได้

 

ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ดังกล่าวได้รับการพัฒนามาเพื่อใช้ในกระบวนการการผลิต เช่น ยกของหนัก ประกอบชิ้นส่วน ไปจนถึงเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงอันตรายเพื่อความปลอดภัยของมนุษย์ได้ โดยใช้โปรแกรมการประมวลผลสูงที่สุดในโลก มีการเคลื่อนไหวและปฏิสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุดในเวลานี้

 

ราคาในปัจจุบันอยู่ที่ 7,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 235,900-269,600 บาท) ซึ่งคาดการณ์ว่า ในอนาคต อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นไม่ต่างกับโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ EV อย่างในปัจจุบัน

 

ยกตัวอย่าง หุ่นยนต์จูซิง (ZX) มีการใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น การเตะฟุตบอล การเต้นรำ เพื่อสร้างสีสัน ให้การแข่งขันกีฬาหรือกิจกรรมการตลาดดึงดูดลูกค้า สามารถใช้เป็นไกด์บรรยายในรถไฟฟ้าใต้ดิน และรัฐวิสาหกิจในประเทศจีน หรือแนะนำสินค้าได้ ซึ่งในอนาคต การพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการใช้งาน จะมีความหลากหลายยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายไม่ใช่เพื่อให้หุ่นยนต์มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการใช้หุ่นยนต์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้มนุษย์ เช่น ทำงานที่เสี่ยงอันตราย

 

ขณะเดียวกัน การจะพัฒนาอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ได้ ต้องมีการพัฒนาในหลายภาคส่วนพร้อมกัน เช่น ด้านการศึกษา ประเทศจีนมีหลักสูตรซอฟท์แวร์  และเดต้าสำหรับพัฒนาหุ่นยนต์ นอกจากนั้น 

 

“เรายังมองว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ได้ไม่ใช่การผลักดันจากประเทศใดประเทศเดียว แต่การสร้างความร่วมมือและการมีพันธมิตรก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในด้านนี้ การมีพันธมิตรจากประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดสรรอะไหล่เพื่อใช้ประกอบหุ่นยนต์ ไปจนถึงธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้หุ่นยนต์ที่มีมากขึ้น ก็จะมีส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ได้มากขึ้น” โอเวน จ้าน  กล่าว

 

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

 

คมนาคมแห่งอนาคต รถยนต์บินได้

 

ด้านเทคโนโลยีการคมนาคม ซิน หลี่ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ บริษัท CDUI (China Automobile Development United Investment) กล่าวว่า ย้อนหลังไปในปี 2008 ตลาดรถยนต์จีนถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก แต่เทคโนโลยีหลักยังล้าหลังและต้องพึ่งพายุโรปกับสหรัฐอเมริกา

 

กลยุทธ์ที่รัฐบาลจีน ใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์จีนในเวลานั้นคือ การที่คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เชิญบริษัทรถยนต์ 13 แห่งมาร่วมลงทุนจัดตั้ง CDUI นับจากจุดนั้น ทำให้ CDUI กลายเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ทำให้รถยนต์ทั้ง 13 แบรนด์มีเป้าหมายเดียวกัน ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ใหม่ในจีนปัจจุบันเกิน 50% เป็นรถยนต์พลังงานใหม่ (EV) โดยมีมาตรฐานแบตเตอรี่ต้านทานการเจาะเข็ม ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิด ชาร์จไฟเพียง 10 นาที วิ่งได้ 500 กิโลเมตร หรือสลับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

 

โดยประเทศไทย มีบทบาทสำคัญใน 3 ด้านคือ เป็นฐานการผลิต เป็นประตูสู่อาเซียนสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวา รวมถึงการมีอัตราเข้าถึงตลาด EV (Market Penetration Rate) สูงถึง 12%

 

“ค่ายรถยนต์กว่า 50% ของ CDUI มีฐานการผลิตในประเทศไทย สิ่งที่ค่ายรถยนต์เหล่านี้ต้องการจากพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยคือ การบริการหลังการขาย การสร้างทีมงาน และซัพพลายเชนในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยที่มีจุดแข็งด้านการบริการ เพราะคนไทยมีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ และใฝ่เรียนรู้” ซิน หลี่ กล่าว

 

นอกจากนั้น ซิน หลี่ ยังกล่าวถึงก้าวสำคัญของเทคโนโลยี การคมนาคมแห่งอนาคตที่ประเทศจีนพัฒนาขึ้นคือ รถยนต์บินได้ (EVTOL) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับการทดลอง (Prototype) ซึ่งชาร์จ 1 ครั้ง สามารถบินได้ไกลถึง 200 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง และรับน้ำหนักได้ 220 กิโลกรัม สั่งงานประกอบเครื่องบินผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือได้ ส่วนระบบชาร์จอัจฉริยะ รถสามารถขับไปหาตู้ชาร์จ ชาร์จไฟ และถอดปลั๊กเองได้อัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีการคมนาคมของประเทศจีน ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะการบินระดับต่ำ (Low-altitude economy) อย่างมีแบบแผน ส่วนหนึ่งเป็นการจราจร

 

ในประเทศจีนบนท้องถนนค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว จึงต้องหาน่านฟ้าใหม่ จึงเกิดการพัฒนารถยนต์บินได้ขึ้นมา โดยด้านเทคนิคมีความสมบูรณ์ในการใช้งานแล้ว แต่ต้องอาศัย 3 ปัจจัยที่ช่วยให้เกิดการใช้งาน ได้อย่างแพร่หลาย ได้แก่ ใบอนุญาตขับขี่รถบิน จุดขึ้น-ลงจอด และระบบปฏิบัติการ โดยคาดว่าภายใน 5-6 ปี จะสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริง

 

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

 

3 กลุ่มโอกาสธุรกิจในจีน

 

เฉา เหวินเซี่ย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ธุรกิจไทยหากต้องการการเติบโตไม่ควรใช้วิธีการทางธุรกิจแบบเดิมที่เป็นการจ้างผลิต (OEM) ในจีนและกลับไปขายที่ไทย แต่สามารถยกระดับธุรกิจได้ผ่านการลงทุนยุคใหม่ที่ต้องใช้เทคโนโลยีร่วมกัน (Technology Co-existence) ที่สามารถทำได้ใน 3 กลุ่มโอกาสทางธุรกิจ ได้แก่ 

 

  • การเกษตรไทย – ประเทศจีนไม่ได้ขาดแคลนวัตถุดิบทางการเกษตรแต่สิ่งที่ประเทศจีนต้องการ

 

คือวัตถุดิบทางการเกษตรที่อร่อย คุณภาพสูง เพื่อยกระดับให้กลายเป็นอาหารมูลค่าสูงได้ ดังนั้น การมีเทคโนโลยีการเกษตรหรือเทคโนโลยีด้านอาหารที่ยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมีคุณภาพสูงได้ จะยิ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ รวมถึงการที่ประเทศจีนมีห่วงโซ่อุปทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยเติบโตได้ไกลกว่าเดิม

 

  • การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ – ประเทศจีนเป็นสังคมผู้สูงอายุ ธุรกิจไทยที่เกี่ยวกับการแพทย์

 

และการดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในประเทศจีน การพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถใช้ เพื่อดูแลผู้สูงอายุจึงสามารถเชื่อมโยงธุรกิจของสองประเทศได้ รวมทั้งใช้เป็นพื้นฐานในการขยายธุรกิจ ไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย

 

  • หัตถศิลป์และซอฟท์พาวเวอร์ไทย – ประเทศไทยมีความคิดสร้างสรรค์ในด้านหัตถศิลป์ และซอฟท์พาวเวอร์

 

เมื่อมาบวกกับเทคโนโลยีดิจิทัลจากจีน จะทำให้การขยายธุรกิจในกลุ่มนี้เติบโตยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะตลาดในประเทศจีนมีขนาดใหญ่ และต้องการความแปลกใหม่ทางความคิดสร้างสรรค์
อยู่ตลอด

 

จีนไม่รอใคร EV-หุ่นยนต์-รถบินได้กำลังมา ฉงชิ่งเปิดประตู ธุรกิจไทยเร่งหาจุดยืน

 

เหอ เลี่ย รองประธานบริหาร คณะกรรมการระหว่างประเทศ สมาคมการลงทุนแห่งประเทศจีน (Investment Association of China - IAC) กล่าวว่า หลักความร่วมมือระหว่างพันธมิตรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนคือ การใช้หลัก เอาจุดแข็งมาอุดจุดอ่อน (Complementary Strengths) โดยนำความเชี่ยวชาญการบริหาร (Operation) และการบริการ (Hospitality) ของไทย มาเติมเต็มในการพัฒนาเมืองในจีน และเราพร้อมยืนยัน ว่ารัฐบาลจีนสนับสนุนเฉพาะธุรกิจที่สุจริตเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

GULF สานต่อ 'GULF Care' มอบอุปกรณ์และยาสามัญ 1 ล้านบาท ฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำท่วม กทม.

GULF สานต่อ 'GULF Care' มอบอุปกรณ์และยาสามัญ 1 ล้านบาท ฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำท่วม กทม.