
“เอกนิติ” มั่นใจไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 รับ 191 ประเทศ ชูบทบาทเชื่อมลงทุนโลก
“เอกนิติ” ประกาศความพร้อมไทย เป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank ผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ชูไทย “ตัวกลางเชื่อมโลก” ดึงลงทุน-การค้า พร้อมกระจายรายได้สู่ภูมิภาค
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน ครบรอบ 39 ปี “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ไทยมีความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group AM 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569
ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลกสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติครั้งสำคัญ และเป็นโอกาสให้ไทยได้แสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจต่อสายตาประชาคมโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในช่วงวันที่ 12–18 ตุลาคม
จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจากการเดินทางเข้าร่วมประชุม การใช้จ่ายของคณะผู้แทน รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังภูมิภาคและจังหวัดต่าง ๆ
ขณะที่ผลประโยชน์ในระยะยาว คือการใช้เวทีระดับโลกครั้งนี้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยเพื่อดึงดูด การลงทุนคุณภาพสูง สนับสนุนการย้ายฐานการลงทุนมายังไทย สร้างโอกาสการจ้างงาน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่อผู้นำและผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก
“การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศทั้งในด้านการท่องเที่ยว การสร้างงาน และการขยายโอกาสให้กับธุรกิจไทย แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือผลประโยชน์ในระยะยาว จากเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากที่ทยอยย้ายเข้ามาในประเทศ จากโอกาสที่เราได้รับในครั้งนี้”
ชูบทบาท "ตัวกลางเชื่อมโลก"
ดร.เอกนิติ กล่าวต่อว่า ภาคการเงินการคลังของไทยเตรียมนำเสนอ 2 มิติสำคัญต่อประชาคมโลก ได้แก่
1.การวางบทบาทของไทยเป็นตัวกลางเชื่อมประสาน ท่ามกลางความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนภายใต้กฎกติกาสากล
2.การเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ในการรับมือและป้องกันวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ
ชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับ 191 ประเทศ
สุดท้าย ดร.เอกนิติ เชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการไทยร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับคณะผู้แทนและผู้นำจาก 191 ประเทศทั่วโลก โดยภายในงานจะมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทั่วประเทศมาจัดแสดง ซึ่งผู้นำและผู้เข้าร่วมประชุมจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังภูมิภาคต่าง ๆ สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก







