
สุวัจน์ เปิด "ครัวโคราช" ช่วยน้ำท่วม เสนอรัฐทำแผนแม่บทจัดการน้ำระยะยาว
สุวัจน์เปิดครัวโคราช ตั้งเป้าผลิตอาหาร 1,500 ชุดต่อวัน ส่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเสนอรัฐจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ กำหนดงบประมาณและกรอบเวลาให้ชัดเจน
KEY
POINTS
- นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เปิดโครงการ "ครัวโคราช" เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกวันละ 1,500 ชุด ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด
- เสนอให้ภาครัฐจัดทำแผนแม่บทขนาดใหญ่ (Mega Infrastructure) ด้านการจัดการน้ำ เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
- แผนแม่บทดังกล่าวต้องมีความชัดเจนด้านกรอบเวลาและงบประมาณ สำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น เขื่อน ฟลัดเวย์ และคลองระบายน้ำ
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น.สำนักงานพรรคชาติพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานเปิดโครงการ “ครัวโคราช & ศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน รวมใจสู้ภัยน้ำท่วม 2569” เพื่อระดมความช่วยเหลือส่งต่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ
ภายในงานมี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้อำนวยการศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย นายปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี และรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย รวมถึงกลุ่มแม่ครัวจิตอาสาและพี่น้องชาวโคราชเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
นายสุวัจน์ กล่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 26 จังหวัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1 ล้านครัวเรือน หรือมากกว่า 3 ล้านคน ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักระลอกใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ในหลายพื้นที่รุนแรงขึ้น
เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือนและขาดแคลนอาหาร กลุ่มจิตอาสา ผู้นำท้องถิ่น และคณะแม่บ้านชาวโคราช จึงร่วมกันฟื้นฟูโครงการ “ครัวโคราช” ซึ่งเคยดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 โดยจิตอาสาจะหมุนเวียนกันปรุงอาหารสดใหม่ตั้งแต่เวลา 21.00–02.00 น. ของทุกวัน ตั้งเป้าผลิตอาหารประมาณ 1,500 ชุดต่อวัน
ทั้งนี้ เมนูหลักเป็น “ข้าวเหนียวหมูทอด” พร้อมกล้วยหอมและน้ำดื่ม บรรจุเป็นถุงยังชีพ เนื่องจากสามารถเก็บไว้ได้นานและเหมาะสำหรับการขนส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยที่ผ่านมาได้จัดส่งความช่วยเหลือไปยังจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว 1,500 ชุด และเตรียมส่งต่อไปยังจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่นที่ประสบภัยน้ําท่วมทั่วประเทศ
นอกจากนี้ นายสุวัจน์ เสนอแนวทางต่อภาครัฐ 4 ประเด็น เพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบ ได้แก่ 1. ระบบเตือนภัยและการสื่อสาร ให้ข้อมูลประชาชนอย่างรวดเร็ว เข้าใจง่าย และทั่วถึง เพื่อให้สามารถเตรียมตัว ขนย้ายทรัพย์สิน หรืออพยพได้ทันเวลา 2. การช่วยเหลือฉุกเฉิน เร่งจัดส่งอาหารและนำประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่เสี่ยง 3.ให้เข้าไปดำเนินการบูรณะซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ที่เสียหายจากน้ําท่วมอย่างรวดเร็ว
และ 4.ถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางด้านน้ํา Mega master plan ด้านอินฟราสตรัคเจอร์ด้านนัำ โดยมีแผนงานที่ชัดเจน ว่าจะแล้วเสร็จภายในกี่ปี อาจจะเป็น 10 ปีก็ได้ พื้นที่ตรงไหนที่จะสร้างเขื่อน สร้างฟลัดเวย์ สร้างคลองระบายน้ำ แก้มลิง สร้างผนังกันน้ำ ก็กำหนดเป็นแผนแม่บทในลักษณะเดียวกับแผนแม่บทในการสร้างมอเตอร์เวย์หรือสร้างรถไฟฟ้า ที่ชัดเจนทั้งระยะเวลาและงบประมาณและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เป็นผู้รับผิดชอบ การดำเนินการได้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย
นายสุวัจน์ กล่าวว่า การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่มั่นคง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะยาว รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและภาคอุตสาหกรรม และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติ
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน” พร้อมเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
“ขอส่งกำลังใจและขอให้ทุกท่านปลอดภัย ปัญหาคลี่คลายกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว” นายสุวัจน์ กล่าว







