
“ชาย เอี่ยมศิริ” ถือหุ้น Wingspan แค่ 1 หุ้น แต่อำนาจบริหารเต็ม
ส่องงบย้อนหลัง 5 ปี “ชาย เอี่ยมศิริ” ถือหุ้น Wingspan แค่ 1 หุ้น ปี 68 รายได้ 1.5 พันล้าน กำไร 70 ล้าน สูงสุดในรอบ 5 ปี แต่กลับปล่อยให้เกิดปัญหาบริหารจัดการกระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นใบ
จากการนำเสนอข่าว : เจาะ ‘Wingspan’ บริษัทเอาท์ซอร์ส Manpower การบินไทย 1,000 ล้าน (https://www.posttoday.com/business/749749) ของ โพสต์ทูเดย์ ที่พบว่า บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด บริษัทลูก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีผู้ถือหุ้น 3 ราย คือ
-บริษัท ครัวการบินภูเก็ต จำกัด ถือหุ้น 51% จำนวน 102,000 หุ้น
-บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 49% จำนวน 97,999 หุ้น
-นายชาย เอี่ยมศิริ ดีดี การบินไทย ถือหุ้น 0.00 % จำนวน 1 หุ้น
จากข้อมูล ดังกล่าว แม้ว่า ชาย เอี่ยมศิริ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย ถือครองเพียง 1 หุ้น แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า นี่คือบริษัทลูกของการบินไทย ที่การบินไทยเอง ก็ถือหุ้นอยู่ 49 % จำนวน 97,999 หุ้น ดังนั้น อำนาจในการสั่งการย่อมเป็นหน้าที่ของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย
โดยบริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 2 ธ.ค.2553 ทุนปัจจุบัน 2 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 89 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ กิจการของสำนักงานจัดหางานหรือตัวแทนจัดหางานอื่นๆ มีกรรมการ 7 คน ส่วนใหญ่คือ ผู้บริหารภายในการบินไทย ได้แก่
1. นางจันทริกา โชติกเสถียร
2. นายนพดล เตี้ยบำรุงญาติ
3. นายพนมนันทน์ สมิตานนท์
4. นายศักดิ์สิทธิ์ มะสะพันธุ์
5. นางศิราภรณ์ รัตนเศรษฐ
6. นายสมิทธิ พิรุณสาร
7. นายอรรถกฤต วานิชชินชัย
โดย นางจันทริกา โชติกเสถียร กรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล ของการบินไทย ซึ่ง นายนเรศ ผึ้งแย้ม อดีตสหภาพการบินไทย ออกมาระบุผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัวว่า เป็นจำเลยคดีแรงงานที่ถูกอดีตพนักงานฟ้องศาลแรงงาน เกือบ 500 คดี และ นางศิราภรณ์ รัตนเศรษฐ กรรมการบริษัท คือผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อ การบินไทย
นอกจากนี้ บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ยังถือใน 2 บริษัทย่อย รวมมูลค่ากว่า 66 ล้านบาท ได้แก่ 1.บริษัท ไทยไฟลท์เทรนนิ่ง จำกัด จำนวน 51% (ทำธุรกิจสอนขับขี่เครื่องบิน) 2.บริษัท ทัวร์เอื้องหลวง จำกัด จำนวน 49% (ธุรกิจนำเที่ยว)
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า งบการเงินล่าสุดปี 2568 ของบริษัทล่าสุด มีสินทรัพย์รวม 423,755,547 บาท หนี้สินรวม 561,179,237 บาท รายได้รวม 1,501,566,391 บาท รายจ่ายรวม 1,431,380,235 บาท กำไรสุทธิ 70,151,097 บาท สูงสุดในรอบ 5 ปี
ขณะที่ดูรายได้ย้อนหลังปี 2564-2567 พบว่า
ปี 2564 รายได้ 220,236,875.30 บาท
กำไร 13,529,305.75 บาท
ปี 2565 รายได้ 405,307,024.95 บาท
ขาดทุน -5,433,382.89 บาท
ปี 2566 รายได้ 970,676,552.19 บาท
กำไร 13,306,511.55 บาท
ปี 2567 รายได้ 1,353,495,444.25 บาท
กำไร 351,141.73 บาท







