posttoday
เปิด 20 ประเทศถือครองทองคำสูงสุดในโลก สัญญาณบวกระยะยาวยังเป็นขาขึ้น

เปิด 20 ประเทศถือครองทองคำสูงสุดในโลก สัญญาณบวกระยะยาวยังเป็นขาขึ้น

29 กันยายน 2569

เปิดสถิติ 20 ประเทศถือครองทองคำสูงสุดในโลก พบ อุซเบกิสถานนำโด่ง ถือครอง 87% ส่วนไทยอยู่ลำดับ 23 ของโลก แต่ครองเบอร์ 1 อาเซียน YLG มองทองคำปรับลดลงแค่ช่วงสั้น ระยะยาวยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น รับแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก

KEY

POINTS

  • เปิดเผย 20 อันดับประเทศที่มีสัดส่วนการถือครองทองคำสูงสุด โดยสหรัฐฯ มีปริมาณทองคำสำรองมากที่สุดในโลก ขณะที่อุซเบกิสถานมีสัดส่วนสูงที่สุด
  • ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนและประเทศในยุโรปตะวันออกอย่างโปแลนด์ ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเข้าเป็นทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง
  • การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น

ข้อมูลจากสภาทองคำโลก พบว่า สัดส่วนการถือครองทองคำ สูงสุด 20 อันดับทั่วโลก ที่ได้รวบรวมจากสถิติของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ ไตรมาส 2/2569 มีดังนี้ 

 

1. อุซเบกิสถาน (Uzbekistan): มีสัดส่วนทองคำสูงถึง 86–87% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรองประมาณ 416 ตัน

2.  สหรัฐอเมริกา (United States): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 84% โดยเป็นผู้ถือครองทองคำมากที่สุดในโลกด้วยปริมาณ 8,133.5 ตัน

3.  เยอรมนี (Germany): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 84% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 3,350.3 ตัน

4.  เลบานอน (Lebanon): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 82% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 286.8 ตัน

5. ฝรั่งเศส (France): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 81.8% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,437 ตัน

6. อิตาลี (Italy): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 81.3% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,451.8 ตัน

7. โปรตุเกส (Portugal): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 79.9% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 382.7 ตัน

8. คาซัคสถาน (Kazakhstan): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 77% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 339.9 ตัน

9. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 74.2% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 612.5 ตัน

10.  กรีซ (Greece): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 64–65% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 115 ตัน

 

11. ไซปรัส (Cyprus): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 62.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 13.9 ตัน

12. ตุรกี (Turkey): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 53.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 603 ตัน

13. รัสเซีย (Russia): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 47% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 2,317 ตัน

14. สเปน (Spain): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 33.8% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 281.6 ตัน

15. โปแลนด์ (Poland): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 30.1% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 582 ตัน โดยมีเป้าหมายขยับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 700 ตัน

16. คูราเซาและซินต์มาร์เติน (Curaçao & Sint Maarten): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 29.9% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 13.1 ตัน

17. เบลารุส (Belarus): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 28.4% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 53.8 ตัน

18. ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank - ECB): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 28.1% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 504.8 ตัน

19. สโลวาเกีย (Slovak Republic): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 23.2% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 31.7 ตัน

20. สหราชอาณาจักร (United Kingdom): มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 22.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 310.3 ตัน

 

ขณะที่ประเทศไทย มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ 10.5% คิดเป็นปริมาณทองคำสำรอง 234.5 ตัน อยู่ลำดับที่ 23 ของโลก และอยู่อันดับ 1 ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่วนใหญ่ถือครองอยู่ประมาณ 5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ

 

ทั้งนี้ จากตัวเลข 20 อันดับแรก จะพบว่า 1-10 อันดับแรก เป็นชาติมหาอำนาจที่ส่งต่อความมั่งคั่งมาตั้งแต่ยุคก่อน รวมถึงประเทศที่มีเหมืองทองคำ เช่น อุซเบกิสถาน ขณะที่ลำดับ 11-20 เริ่มมีประเทศที่เร่งกำลังสะสมทองคำเข้าไปอยู่ในกลุ่ม เช่น โปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้ยูเครนและรัสเซีย การสะสมทองคำของโปแลนด์จึงเป็นสัญญาณว่าให้ความเชื่อถือทองคำในระยะยาวมากขึ้น 

 

ขณะที่จีนมีสัดส่วนทองคำต่อสำรองอยู่ที่ 2,366 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ดังนั้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนทองคำของชาติมหาอำนาจอื่น ๆ จีนจึงถือว่ายังอยู่ห่างไกล ทำให้จีนเข้าสะสมทองคำในทุกราคา และจะยังคงสะสมเพิ่มต่อไป

 

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า YLG ยังคงมีมุมมองต่อเทรนด์ของราคาทองคำที่เป็นภาพใหญ่ว่ายังอยู่ในรอบขาขึ้น โดยปัจจัยหลักอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาทองก็คือการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก 

 

โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน ที่เดินหน้าเก็บทองคำเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนำเข้าทองคำสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม มากกว่า 1,000 ตัน สูงกว่าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี  2568 

 

รวมถึงประเทศขนาดกลางอย่างโปแลนด์ที่ซื้อทองคำสะสมมาตั้งแต่ปี 2561 (2018) หรือตั้งแต่ก่อนยุคโควิด 19 และแม้โปแลนด์จะสะสมทองคำจนมีสัดส่วนประมาณ 30% ของทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว แต่ก็ยังตั้งเป้าหมายว่าจะซื้อต่อเนื่องจนกว่าจะสะสมครบ 700 ตัน 

 

หากพิจารณาจากสัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศของประเทศต่าง ๆ จะพบว่า ประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่มีสัดส่วนการถือครองทองคำที่สูงมาก ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่กลับมีการถือครองต่ำกว่า 10% และนี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าอีกหลายประเทศจะยังคงต้องการซื้อทองคำเพิ่ม 

 

“ปัจจัยเรื่องการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเรื่องผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ระหว่างทางราคาทองคำจะเกิดการแกว่งตัวจากการขายทำกำไร แต่มองว่าระยะยาวราคาจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น คาดว่าครึ่งหลังของปีหน้าจะได้เห็นราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง ส่วนการปรับลดลงของทองคำในช่วงนี้มองว่าเป็นการขายเพื่อทำกำไรของพอร์ตในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น” นางพวรรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

กทม.ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัย 21 เขต อีก 29 เขตยังได้รับผลกระทบ

กทม.ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัย 21 เขต อีก 29 เขตยังได้รับผลกระทบ