
สบน.เปิดแผนหนี้ปี 70 ก่อหนี้ใหม่ 1.26 ล้านล้าน ดันหนี้สาธารณะขยับ 69.7%
ครม.ไฟเขียวกรอบบริหารหนี้ปี 70 สบน.ย้ำยังไม่เกินเพดาน 70% พร้อมเร่งพิจารณาโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท คาดเริ่มเห็น ต.ค.นี้
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2570 โดยมีวงเงินก่อหนี้ใหม่รวม 1.26 ล้านล้านบาท
- คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นปีงบประมาณ 2570 จะเพิ่มขึ้นเป็น 69.7% ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้เพดานหนี้ที่ 70%
- เงินกู้ใหม่ส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาลจำนวน 1.18 ล้านล้านบาท ซึ่งรวมถึงเงินกู้ 2 แสนล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน
ปีงบประมาณ 2570 เป็นอีกปีที่ภาครัฐต้องบริหารสมดุลระหว่างการจัดหาเงินมารองรับภารกิจของประเทศ กับการรักษาระดับหนี้ให้อยู่ในกรอบวินัยการคลัง ขณะที่เงินกู้เพื่อแก้ปัญหาพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนจากมาตรการช่วยเหลือประชาชนไปสู่การลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างพลังงาน
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2570 เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 โดยกำหนดวงเงินก่อหนี้ใหม่รวม 1.26 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรัฐบาล 1.18 ล้านล้านบาท รัฐวิสาหกิจ 14 แห่ง 8.14 หมื่นล้านบาท และหน่วยงานอื่นของรัฐ 850 ล้านบาท
สำหรับเงินกู้ของรัฐบาล 1.18 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย เงินกู้มาใช้โดยตรง 8.6 แสนล้านบาท เงินกู้ให้กู้ต่อ 6.3 หมื่นล้านบาท เงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.แก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน 2 แสนล้านบาท และเงินกู้เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง 5.68 หมื่นล้านบาท
ขณะที่แผนบริหารหนี้เดิมอยู่ที่ 1.91 ล้านล้านบาท และมีแผนชำระหนี้ 5.8 แสนล้านบาท
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า ภายใต้แผนดังกล่าว สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในปีงบประมาณ 2570 คาดอยู่ที่ 69.7% จากกว่า 68% ในสิ้นปีงบประมาณ 2569 แม้เพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ภายใต้เพดานหนี้ 70% ของจีดีพี
ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะขยับขึ้นสูงสุดในปีงบประมาณ 2571 ที่ระดับประมาณ 69% กว่า ก่อนมีแนวโน้มทยอยลดลง โดยยืนยันว่าจะยังไม่เกินกรอบเพดานหนี้ 70%
เงินกู้พลังงานเดินหน้าสู่เฟสเปลี่ยนผ่าน
ส่วนความคืบหน้าการกู้เงินตาม พ.ร.ก.แก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท เงินกู้ก้อนแรก 2 แสนล้านบาทสำหรับเยียวยาประชาชน เบิกจ่ายแล้ว 1.93 แสนล้านบาท เหลือวงเงินระดับหลักพันล้านบาท และได้จัดหาเงินกู้รองรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 แล้ว
สำหรับเงินกู้อีก 2 แสนล้านบาท ซึ่งจัดไว้สำหรับ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณา
โครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ได้แก่ การสนับสนุน โซลาร์รูฟท็อปสำหรับประชาชน การเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถ EV และการอัปสกิล-รีสกิลแรงงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
“น่าจะได้เห็นโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศทยอยออกมาในช่วงเดือน ต.ค.นี้ หน่วยงานต่าง ๆ ยังสามารถเสนอโครงการได้ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 และเมื่อโครงการได้รับอนุมัติแล้วก็สามารถเริ่มเบิกจ่ายได้ โดยกำหนดเบิกจ่ายเงินกู้ได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2570"







