
เอกนิติ เร่งแผน PDP ใหม่ ดันโซลาร์ 1 หมื่น MW เปิดลงทะเบียนกลาง ต.ค.
“เอกนิติ” เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดันโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 MW อุดหนุนติดตั้งรายละ 50,000 บาท พร้อมเปิดลงทะเบียนกลาง ต.ค. เล็งสร้างอาชีพใหม่
KEY
POINTS
- รัฐบาลเร่งผลักดันแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ โดยเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ภาคประชาชนเป็น 10,000 เมกะวัตต์
- เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้
- มีมาตรการเร่งด่วนโดยการสนับสนุนค่าติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาให้แก่ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ 50,000 บาท
รัฐบาลเดินหน้าเร่งเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน รับมือความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์โลก พร้อมเพิ่มบทบาทประชาชนในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ควบคู่กับการสร้างทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยต้องเสนอให้ กพช. เห็นชอบอีกครั้ง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
นายเอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดย PDP ฉบับใหม่จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดในประเทศ
สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ กพช. มีมติขยายกรอบรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนเป็นสูงสุด 10,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 5,000 เมกะวัตต์ เพื่อนำไปบรรจุใน PDP ฉบับใหม่ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า ลดภาระค่าไฟฟ้า และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้ครัวเรือน
ในระยะเร่งด่วน รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา หรือโซลาร์รูฟท็อป โดยสนับสนุนค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท ขณะนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในร่างแผนการดำเนินโครงการแล้ว
ขั้นตอนต่อไป กระทรวงมหาดไทยจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า โดยนายเอกนิติยืนยันว่าโครงการจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้
ส่วนระยะยาว กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาทักษะแรงงาน หรือ Upskill/Reskill ด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์
กลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐวัยทำงาน อายุ 20–60 ปี กว่า 5 ล้านคนที่ยังไม่มีรายได้ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่อาชีพใหม่และสร้างรายได้ในระยะยาว
“แทนที่จะให้เขามารับเงิน 300 บาทจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เราจะให้โอกาสเขาไปเรียนรู้ สร้างอาชีพให้เขา วันนี้ที่เราต้องการคือไม่ใช่ให้ปลาเขาอย่างเดียว แต่ต้องสอนเขาตกปลาด้วย”
นายเอกนิติกล่าวว่า อุตสาหกรรมโซลาร์เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก จึงต้องเตรียมคนให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานควบคู่ไปกับการสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืน







