
เนื้อในงบกลางแสนล้าน 'ภูมิใจไทย'รับไปเต็มๆ
...ทีมข่าวการเงิน
16 ก.พ.นี้ รัฐสภาจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำกลางปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 จำนวน 1 แสนล้านบาท ในวาระที่ 1
ถ้าพิจารณาถึงเนื้อในของการจัดทำงบประมาณกลางปีรอบนี้ จะพบว่ามีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 4 ยุทธศาสตร์
1.ยุทธศาสตร์ฟื้นและแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ 9,900 ล้านบาท เป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ สนับสนุนโครงการฟื้นฟูบูรณะ ปรับปรุงสาธารณประโยชน์ เร่งรัดการแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบด้านต่างๆ อันเกิดความเสียหายจากภัยพิบัติ
2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 4,940 ล้านบาท เป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพดีขึ้น โดยอุดหนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้สูงอายุให้ได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือน
3.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี 1,017.4 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างสวัสดิการทางสังคมในการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ
4.ยุทธศาสตร์รายการค่าดำเนินการภาครัฐ 84,142.6 ล้านบาท เพื่อชดใช้เงินคงคลัง
แต่เมื่อพิจารณา
“การแจกงบ” โดยพิเคราะห์จากสัดส่วนงบประมาณตามหน่วยราชการที่ได้รับการจัดสรรเรียงลำดับจากมากที่สุด จะมองเห็นภาพว่ามีการกระจายเงินออกไปให้กับพรรคร่วมอย่างเต็มมือไม่น้อย โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยของเฮียเนวิน ชิดชอบ รับไปเบาะๆ ถึง 1.16 หมื่นล้านบาท จำแนกได้ดังนี้กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับของ ปู่จิ้นชวรัตน์ ชาญวีรกูล 8,726.7 ล้านบาท คิดเป็น 8.73% ของงบประมาณทั้งหมด
กระทรวงคมนาคม ภายใต้การขับเคลื่อนโดย โสภณ ซารัมย์ 2,900 ล้านบาท คิดเป็น 2.93%
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ ปู่เติ้งบรรหาร ศิลปอาชา 1,697.3 ล้านบาท คิดเป็น 1.7%
กระทรวงศึกษาธิการ 1,322.1 ล้านบาท คิดเป็น 1.32%
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 989.2 ล้านบาท คิดเป็น 0.99%
ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง 162 ล้านบาท คิดเป็น 0.16%
รัฐวิสาหกิจ 60 ล้านบาท คิดเป็น 0.06%
ส่วนรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 84,142.6 ล้านบาท คิดเป็น 84.14% ของงบประมาณทั้งหมด
เมื่อพิจารณารายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. มีทั้งสิ้น 13 มาตรา
มาตรา 4 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1,697.3 ล้านบาท เป็นงบประมาณของกรมชลประทาน เพื่อดำเนินแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ 1,697.3 ล้านบาททั้งหมด
มาตรา 5 กระทรวงคมนาคม 2,900 ล้านบาท จำแนกเป็นงบประมาณกรมทางหลวง ทำแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบภัยพิบัติ 1,800 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 1,100 ล้านบาท เงินกำลังจะหมุนไปในมือผู้รับเหมา
มาตรา 6 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 989.2 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำ ตามแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ
มาตรา 7 กระทรวงมหาดไทย 8,726.7 ล้านบาท แยกเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2,769.2 ล้านบาท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 5,957.4 ล้านบาท และแผนงานส่งเสริมการกระจายอำนาจ กรมการปกครอง 1,017.4 ล้านบาท
งานนี้ราชการส่วนท้องถิ่นยิ้มกริ่ม เพราะเงินลงไปในพื้นที่เต็มๆ
มาตรา 8 กระทรวงศึกษาธิการ 1,322.1 ล้านบาท เป็นงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ 9 แห่ง ล้วนแล้วแต่เป็นเบี้ยหัวแตก
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 3.5 ล้านบาท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 18.1 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 5.7 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 2.1 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 1.2 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 8.1 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 4.3 ล้านบาท มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย 13.1 ล้านบาท
มาตรา 9 ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง เป็นงบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 162 ล้านบาท
มาตรา 10 รัฐวิสาหกิจ เป็นงบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อซ่อมเส้นทาง 60 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 84,142.6 ล้านบาท
รัฐบาลเสนอว่าการจัดทำงบประมาณกลางปีได้มีการประเมินภาพรวมภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2554 ว่าจะขยายตัวประมาณ 3.54.5% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 2.5
–3.5%ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีที่แล้ว จะหนุนส่งให้เศรษฐกิจในปี 2554 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนภายในประเทศจะเป็นหัวรถจักรหลัก
ขณะที่การส่งออกและการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้ดี เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น
ประกอบกับในระยะที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการต่างๆ ที่เอื้อต่อการลงทุน ทำให้เกิดการจ้างงานและการบริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ของประชาชน และรายได้รวมของประเทศเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ได้แก่ ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ การเคลื่อนย้ายเงินทุนจากต่างประเทศ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้น การที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เห็นผลภายในปีงบประมาณ 2554 โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการเกิดภัยพิบัติ และสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสร้างความมั่นคง และจัดสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพได้อย่างทั่วถึง จึงมีการนำรายได้ที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการไปชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปก่อนแล้วจะทำให้สามารถเพิ่มรายจ่ายลงทุน และสร้างเสถียรภาพทางการคลังเพื่อมุ่งสู่ภาวะงบประมาณสมดุลในอีก 5 ปีได้
หลังจากนี้ต้องรอดูฝีปากของฝ่ายค้านที่ปักธงชำแหละงบประมาณกลางปีว่ามีการตั้งงบขอกันสนั่นทุ่ง บางโครงการมีการตั้งงบขอกันแค่ 1020 ล้านบาท เพื่อกระจายเงินลงไปให้กับบรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติสร้างคะแนนนิยมว่าเป็นจริงหรือไม่
รัฐบาลมีแนวทางสกัดกั้นการถลุงงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งขึ้นมาเพิ่มอย่างไร ต้องรอลุ้น
ส่วนขั้นตอนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ หากสภามีมติเสียงข้างมากรับหลักการในวาระ 1 ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ก่อนที่จะเสนอให้สภาพิจารณาเป็นรายมาตราในวาระ 2 และลงมติว่าจะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.นี้หรือไม่ ในวาระ 3 วันที่ 2 มี.ค. 2554
จากนั้นก็ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ก่อนทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป







