
ราคาเกษตรก.พ.พุ่งต่อ
อานิสงส์ตลาดยางพาราคึกคัก แนวโน้มปาล์มน้ำมันเริ่มขาลง
โพสต์ทูเดย์
— คาดการณ์ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือน ก.พ. ขยับต่อเนื่อง หลังเดือน ม.ค. พุ่งสูงถึง 26.34% แตะ 172.85นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับแนวโน้มดัชนีราคาและผลผลิตสินค้าเกษตร ว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกในเดือน ก.พ. เนื่องจากราคายางพารามีแนวโน้มสูงขึ้น จากความต้องการที่ยังคงเพิ่มขึ้นก่อนยางผลัดใบ ถึงแม้ราคาน้ำมันปาล์มจะมีแนวโน้มลดลงจากการนำเข้าน้ำมันปาล์ม
ขณะที่ดัชนีผลผลิตในเดือนดังกล่าวประเมินว่าภาพรวมจะยังคงสูงขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา เพราะมีผลผลิตสินค้าสำคัญหลายชนิดออกสู่ตลาดมากขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม และมันฝรั่ง ส่วนดัชนีผลผลิตในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมานั้นสูงขึ้น 3.25% โดยสินค้าสำคัญที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา สับปะรด เป็นต้น
ด้านภาพรวมราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ยังมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้ว โดยดัชนีราคาในเดือน ม.ค.นี้สูงถึง 172.85 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากถึง 26.34% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดัชนีราคาสูงขึ้น 6.39%
สำหรับสินค้าสำคัญที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา สับปะรดโรงงาน หอมแดง และปาล์มน้ำมัน โดยอ้อยโรงงานราคาสูงขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันดิบของโลกปรับตัว ทำให้อ้อยโรงงานที่เป็นพืชพลังงานทดแทน ราคาจึงขยับสูงขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องภัยธรรมชาติทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมที่ทำให้ปริมาณผลผลิตลดน้อยลง จึงเกิดภาวะขาดแคลน และความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยังส่งผลให้ราคาสินค้าทางการเกษตรปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่วนสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ หอมหัวใหญ่ เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น
กลุ่มสินค้าที่ดัชนีราคาปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมามากที่สุด คือ กลุ่มน้ำมันพืช เพิ่มขึ้น 115.93% ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมันและมะพร้าว และสูงขึ้นกว่าเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาถึง 21.44% รองลงมาเป็นกลุ่มไม้ยืนต้น ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 66.07% ได้แก่ ยางพารา เมล็ดกาแฟ และพริกไทย ตามด้วยกลุ่มพืชไม้ดอก ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 53.82% กลุ่มไม้ผลดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 38.32% กลุ่มพืชเส้นใยดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 21.53%กลุ่มประมง ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 11.68 และกลุ่มพืชผัก ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 4.69







